รีวิว นมเมจิ Meiji กลิ่นแตงโม เมลอน มะละกอ กล้วย ข้าวโพด

รีวิว นมเมจิ Meiji กลิ่นแตงโม เมลอน มะละกอ กล้วย ข้าวโพด

รีวิว นมเมจิ Meiji กลิ่นแตงโม เมลอน มะละกอ กล้วย
พอดีวันนี้เดินเข้า 7-11 เจอนมเมจิกลิ่นใหม่กลิ่นมะละกอ คือก่อนหน้านี้ก็ชอบนมเมจิที่เป็นกลิ่นผลไม้อย่างแตงโม เมลอน กล้วยอยู่แล้ว ครั้งแรกที่ดื่มเลยเป็นกลิ่นกล้วยมาก่อน แต่ตอนนั้นก็ยังไม่ได้ชอบอะไรมากมาย แต่ตอนหลังพอดีลูกสาวดื่มนมแตงโมอยู่ เห็นแล้วเลยแอบแย่งลูกสาวกินแล้วแบบ เฮ้ย!! มันอร่อยอ่ะ คิดได้ไงวะเนี่ยนมแตงโม หลังจากนั้นเวลามีนมกลิ่นใหม่ ๆ ของเมจิ (Meiji) ก็จะชอบซื้อมาลองดื่มดูเรื่อย ๆ นมกลิ่นผลไม้ของเมจินั้นจุดเด่นจะอยู่ที่รสชาติและกลิ่นจะออกทางผลไม้ชนิดนั้น ๆ กำลังดี ที่แก๊ปแก๊ปชอบที่สุดเลยคือนมแตงโมนี่แหละ(สงสัยว่าครั้งแรกแย่งลูกสาวกินเลยอร่อยเป็นพิเศษ ฮา ๆ ) รองมาจะเป็นเมลอน กล้วย และมะละกอ แต่สรุปให้ง่าย ๆ เลยว่าอร่อยทั้งหมดนั่นแหละ ราคาขวดเล็กก็ไม่ได้ถือว่าแพง 12.25 บาทเอง อร่อยดีมีคุณค่าแบบนี้เลิฟเลย

 

 

ใครได้ลองรสไหนแล้วชอบไม่ชอบยังไงก็คอมเม้นกันทิ้งไว้ได้นะครับ หรือถ้ามีนมกลิ่นผลไม้จากต่างประเทศมาให้ลองเทสก็ได้นะ อิอิ ^___^

Google Cardboard Gadget สุดแนว ดูภาพ วีดีโอและเล่นเกมส์แบบ Virtual Reality พร้อมวิธีทำเล่นเอง

Google Cardboard   คืออะไร?? ทำไมถึงดูภาพ วีดีโอและเล่นเกมส์แบบ Virtual Reality และมีวิธีทำเล่นเองได้จริงรึเปล่า??

Google Cardboard ถูกเปิดตัวในงาน Google I/O 2014 เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยให้เป็นของที่ระลึกสำหรับผู้ร่วมงาน ซึ่งเป็นเหมือนกล่องกระดาษที่ต้องนำมาประกอบกันเล็กน้อย เมื่อประกอบกันเสร็จจะได้เป็นแว่นที่ใช้ดูภาพหรือวีดีโอสามมิติได้ หรือที่เรียกกันว่า Virtual Reality (VR) นั่นเอง โดยแว่น Google Cardboard นั้นต้องใช้ร่วมกับมือถือ smart phone ซึ่งหากจะใช้ให้เต็มประสิทธิภาพแล้วมือถือควรจะมีเซนเซอร์ Gyro และ Magnetic เพื่อที่จะ Detect การหมุนหรือเคลื่อนไหวต่าง ๆ รวมไปถึงรับสัญญาณสนามแม่เหล็กจากแม่เหล็กที่ให้มาด้วย โดยแม่เหล็กนี้จะใช้แทน switch ในการเลือกเมนู หยุดภาพวีดีโอและการทำงานต่าง ๆ ของ app ได้อีกด้วย โดยทาง google ได้มี app ออกมาให้ลองใช้กับ Google Cardboard โดยเฉพาะ เป็น app ที่มีหลายหลายเมนูอาทิ การท่องเที่ยว ซึ่งเราสามารถดูภาพสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้แบบเสมือนจริง (Virtual Reality) คือสามารถมองหันซ้ายหันขวา มองขึ้นไปบนท้องฟ้าได้อีกด้วย และยังมีเมนูของ youtube ที่เป็นเสมือนโรงหนังสามมิติส่วนตัว  หรือแม้แต่ google earth ที่จะสามารถเห็นสถานที่ได้แบบเสมือนจริง มีทั้ง street view ที่ดูรถวิ่งไปแบบสนุกและมองได้รอบทิศอีกเช่นกัน ซึ่งตัวอย่างที่ google ได้ทำไว้นั้นจะสามารถนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ได้อีกมากมาย ทั้งวงการโฆษณา เกมส์ การศึกษา การจัดนิทรรศการเสมือนจริงแบบสามมิติ ทั้ง ๆ ที่ Google Cardboard เพิ่งออกมาได้ไม่นาน แต่ตอนนี้บริษัทผู้พัฒนาได้ออก app ต่าง ๆ มารองรับไว้แล้วอย่างมากมายใน play store และมีเกมส์ที่ต้องต่อจอยเล่น แต่มุมมองภาพเป็นแบบเสมือนจริงเลย เป็นอะไรที่น่าเล่นมาก ๆ ซึ่งเทคโนโลยีตรงนี้เคยมีมาแล้วเมือสิบกว่าปีก่อนแต่ด้วยราคาที่ค่อนข้างแพงและกราฟฟิคต่าง ๆ ยังไม่สวยเหมือนปัจจุบันจึงยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก แต่เมื่อมี Google Cardboard ที่สามารถทำเล่นเอง ได้ในราคาไม่ถึง 200 บาทในยุคที่ทุกคนมี smart phone และกราฟฟิคเกมส์ในมือถือสวยสมจริงแล้วล่ะก็….มันคือเทรนแห่งอนาคตที่ทุกคนต้องคอยจับตามองเลยทีเดียว

 

 

ว่าแต่ไหนล่ะวิธีทำ Google Cardboard อยากจะทำเล่นเองแล้วเนี่ย??

ใจเย็นคร้าบบบ กำลังจะบอกเดี๋ยวนี้แหละว่าต้องทำยังไง โดยพื้นฐานแล้ว Google Cardboard ถ้าทำเองแล้วใช้งบไม่ถึง 200 บาทด้วยซ้ำ แก๊ปแก๊ปถึงได้บอกว่ามันเป็นอะไรที่น่าเล่นมากเพราะเราจะสามารถเล่นเกมส์หรือดูหนังสามมิติแบบเป็นส่วนตัวได้ในราคาที่โคตรจะถูก ซึ่งตอนนี้ใคร ๆ ก็ใช้ smart phone กันทั้งนั้น ดังนั้นทำเองกันแบบสบาย ๆ เลย โดยส่วนประกอบหลัก ๆ ที่จะต้องมีในการทำ Google Cardboard เลยจะต้องเตรียมของตามนี้ครับ

1.แบบ Google Cardboard ซึ่งตรงนี้ google ปล่อยแบบออกมาให้ได้ download กันแบบฟรี ๆ  ดาวโหลดได้เลยที่นี่ 

2.เลนส์นูน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 25 mm โฟกัส 45 mm รายการนี้หาซื้อได้ที่ ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์ ราคาเลนส์ละ 47 บาท ใช้ 2 เลนส์ต่อ Cardboard 1 กล่อง (แก๊ปแก๊ปซื้อที่สาขาราชดำเนินวันที่ 25 สิงหาคมไป 6 อัน หมดพอดี ดังนั้นใครจะซื้อที่สาขาไหนลองเช็คให้ดีก่อนนะครับ)

3.แม่เหล็กกลม และวงแหวน เส้นผ่านศูนย์กลาง 19 mm หนา 3 mm อย่างละ 1 ตัว ซึ่งก็สามารถซื้อได้ที่ศึกษาภัณฑ์พาณิชย์อีกเช่นกัน ราคา 7 บาทและ 18 บาทตามลำดับ ขนาดสามารถเปลี่ยนเป็นใกล้เคียงหรือหนากว่ากันได้นิดหน่อย

4.ตีนตุ๊กแก ราคา 25 บาทใช้ได้หลายอันเลย

5.กระดาษแข็งหรือกล่องลังแบบบาง การใช้กระดาษลังแบบบางเพราะจะแข็งแรงและตัดง่ายไม่เทอะทะ ถ้าให้ดีเป็นกล่องที่มีการเคลือบผิวภายนอกจะดีมากเพราะแข็งแรงมากพอและดูสวยงามไปอีกแบบ กระดาษแข็งถ้าซื้อก็ไม่เกิน 30 บาท ดังนั้นรวมงบทั้งหมดแล้วไม่เกิน 200 บาทแน่นอน

6.อุปกรณ์สำหรับการตัด คือ คัตเตอร์ กรรไกร และแผ่นรองตัด เตรียมไว้ให้พร้อม และอุปกรณ์สำหรับติดแบบลงกล่องอย่างกาว UHU ด้วย (ถ้าไม่มีใช้แม็คแบบแก๊ปแก๊ปก็ได้นะ)

 

 

 

วิธีทำ Google Cardboard เล่นเอง

1.unzip ไฟล์และปริ้นแบบ โดยตอนปริ้นไม่ต้องใช้ scale ทำให้ได้ขนาดที่ถูกต้อง

2.ตัดแบบและติดบนกระดาษลังด้วยกาว UHU โดยแบบที่มีเลข 1 ให้ติดทับกับแบบอีกใบที่มีเลข 1 เหมือนกัน (รวมถึงเลข 2 กับเลข 2 ด้วย ) แบบในรูปเลย

3.บรรจงใช้คัตเตอร์ตัดตามแบบให้สวยงาม โดยตัดเฉพาะเส้นสีทึบหรือสีดำ สำหรับเส้นสีอ่อนหรือสีแดงไว้ใช้สำหรับพับให้ทบกัน

4.ประกอบกันและติดเทปใสในด้านที่เป็นแม่เหล็กวงแหวน และติดตีนตุ๊กแกให้เรียบร้อย

5.ลองเทสด้วย app ของ google ได้เลย โดย search คำว่า cardboard ใน play store หรือหากอยากเล่น app อื่น ๆ ที่ผู้พัฒนาหลาย ๆ รายได้ทำไว้ให้เสิร์ชคำว่า vr จะมี app ต่าง ๆ มากมาย โดยตอนนี้ใน android มีเยอะมาก ๆ

สำหรับตอนนี้ยังไม่เห็นการตลาดหรืออีเว้นท์ที่ใช้ google cardboard เลยดังนั้นถ้าใครจะทำตอนนี้ผมว่าน่าจะเป็นที่จับตามองมาก ๆ ในประเทศไทย เพราะแม้ว่า cardboard จะออกมาสักพักใหญ่ ๆ แล้ว แต่จะมีคนรู้จักยังไม่มากนัก ซึ่งจะรู้กันในหมู่คนไอทีหรือคนที่ติดตามเทคโนโ่ลยีมาก ๆ เท่านั้น ดังนั้นตอนนี้เป็นโอกาสอันดีมาก ๆ ที่จะทำการตลาดเจาะกลุ่มคนทั่วไป หรือแจกเจ้า cardboard พร้อมรายละเอียดสินค้าหรือนิทรรศการเสมือนจริงให้ไปด้วยเลย สำหรับตอนนี้นั่งส่องทั้งวันว่าจะลองต่อจอยเกมส์และหาหนังหรือภาพยนต์สามมิติมาดูเล่นก่อนแล้ว ไม่ต้องมีทีวีราคาหลายหมื่นหรือเรือนแสนก็ดูหนังเล่นเกมส์แบบสามมิติเหมือนจริงได้ในราคาไม่เกิน 200 บาท โอ้วมันสุดยอดจริง ๆ สำหรับใครที่ไม่อยากทำเองตอนนี้แก๊ปแก๊ปเห็นมีขายกันราคาอยู่ที่ 320 – 600 บาท โดยเป็นกระดาษอย่างดีตัดด้วยเลเซอร์ ก็ลองหากันดูเองนะครับ สำหรับแก๊ปแก๊ปแล้วทำเองประหยัดงบและได้ความภูมิใจด้วย แต่เห็นเพื่อน ๆ ในกลุ่มบอกจะปริ้นพลาสติค 3D มาใช้แทนกล่องกระดาษก็รอดูกันต่อไปว่าถ้าทำออกมาอาจจะแจกแบบให้คนที่มีปริ้นเตอร์ 3D ไปพิมพ์เล่นกันเลยก็เป็นได้ ^___^

Cider คืออะไร?

Cider คืออะไร?

เมื่อนานมาแล้วได้ดูหนังรักโรแมนติกเรื่องนึงแต่จำไม่ได้แล้วเรื่องอะไร มีฉากพระเอกทำอาหารให้นางเอกทานซึ่งพระเอกทำสลัด เมื่อนางเอกทานก็ถามพระเอกว่าใส่ Apple Cider(Cyder) ด้วยหรอ(ว่าแต่มันคืออะไรฟะ) ผมติดค้างเลยลองมาเสิร์ชหาดูว่าจริง ๆ แล้ว Cider คืออะไร และทำไมไปอยู่ในอาหารอย่างสลัดได้ ส่วนหนังต่อจากนั้นนางเอกก็ชอบที่พระเอกใส่ Apple Cider ในสลัดเพราะนางเอกก็ชอบเหมือนกัน ส่วนจะเป็นหนังเรื่องอะไรนั้นแก๊ปแก๊ปก็ลืมไปแล้วโดยสิ้นเชิง เหมือนจะติดอยู่ที่ปากแต่นึกชื่อหนังไม่ออก ใครชอบดูหนังรักโรแมนติครู้แล้วช่วยบอกหน่อยนะครับว่าหนังเรื่องอะไร

 

Cider คือ น้ำผลไม้ที่ผ่านกระบวนการการหมักหรือบ่มกับยีสต์ ซึ่งโดยส่วนมากแล้ว Cider หรือ Cyder จะทำมาจากแอปเปิ้ล หรือที่เรียกกันติดปากว่า Apple Cider แต่ถึงแม้จะไม่ได้ทำจากแอปเปิ้ลก็สามารถเรียกว่า Cider ได้เหมือนกัน ผลไม้อื่น ๆ ที่นิยมนำมาทำ Cider นั้นก็มีสตอเบอร์รี่ ลูกแพร์ และเลมอน กระบวนการการทำ Cider นั้นทำโดยอาศัยหลักการที่ยีสต์เปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นคาร์บอนไดออกไซด์และแอลกอฮอล์ได้ แต่หากต้องการน้ำส้มสายชูก็ทำการหมักต่อให้แอลกอฮอล์แปลงสภาพเป็นกรดแอซิตริก

 

สำหรับ Cider หรือ Cyder แบบที่ไม่มีแอลกอฮอล์หรือที่ประเทศไทยเรียกว่าน้ำส้มสายชูหมักนั้นปัจจุบันนิยมนำมาทำเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพกันมาก เพราะใน Cider มีทั้งวิตามินและเกลือแร่ต่าง ๆ มากมาย อาทิ วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซีสูง มีโพแทสเซียมสูง ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ดูอ่อนเยาว์ ปรับสมดุลร่างกาย ช่วยในระบบการย่อย การเผาพลาญ แต่เนื่องจาก Cider นั้นมีฤทธิ์ความเป็นกรดสูงจึงไม่ควรดื่มเพียว ๆ ให้ผสมน้ำดื่มที่สะอาดและอาจผสมน้ำผึ้งเพื่อให้ดื่มได้ง่ายขึ้น โดยผสม Cider 2 ช้อนชาต่อน้ำดื่ม 1 แก้วและผสมน้ำผึ้งตามแต่ชอบ ดื่มเวลาเช้า หากไม่ชอบในการทำเครื่องดื่มก็สามารถนำ Cider ไปทำอาหารอย่างสลัด ผักดอง หรือใส่ในอาหารแทนน้ำส้มสายชูได้เช่นกัน สำหรับ Cider แบบที่มีแอลกอฮอล์จะมีปริมาณแอลกอฮอล์อยู่ที่ 1.2%-8%

สามารถซื้อ Cider ได้ที่ไหน?

1.สำหรับ Cider แบบไม่มีแอลกอฮอล์ สามารถซื้อได้จากซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไปโดยจะอยู่ในโซนของเครื่องปรุง
2.สำหรับ Cider แบบมีแอลกอฮอล์ ซื้อได้ที่ วิลล่ามาร์เก็ต(มีเยอะมาก) Max Value

สำหรับผมแล้วสนใจที่จะลองชิม Cider แบบมีแอลกอฮอล์มาก ๆ ลองมันหลาย ๆ แบบ ไว้จะเขียนบล็อครีวิวรสชาติเครื่องดื่ม Cider ให้ได้อ่านกัน

ประโยชน์ของไซเดอร์(Cider)

ประโยชน์ของไซเดอร์(Cider)

จากบล็อคก่อนเราได้รู้จักไซเดอร์(Cider)กันไปแล้ว แล้วสงสัยกันบ้างรึเปล่าว่าไซเดอร์นั้นมีประโยชน์หรือใช้ประโยชน์ได้ยังไงกันบ้าง

 

ไซเดอร์(Cider)นอกจากจะอุดมไปด้วยสารอาหารแล้ว ยังมีฤทธิ์ช่วยในการขับถ่าย บำรุงผิวพรรณ กระชับรูขุมขนบนใบหน้า ทำให้ใบหน้าชุ่มชื่น ช่วยในการขัดลอกเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ช่วยในการรักษาสิว ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอคันคอ ช่วยกำจัดไขมันส่วนเกิน แก้อาการฮ่องกงฟุต แก้กลิ่นเท้าได้เป็นอย่างดี โอ้โห!! ประโยชน์ของ Cider มากมายขนาดนี้แก๊ปแก๊ปว่าต้องซื้อติดบ้านไว้สักขวดแล้วแหละ

ประโยชน์เยอะของไซเดอร์(Cider)เยอะขนาดนี้ แล้วแต่ละอย่างต้องทำยังไงบ้างล่ะ??

Apple Cider มีฤทธิ์เป็นกรดซึ่งเป็นกรดผลไม้ที่ได้จากกระบวนการทางธรรมชาติ ดังนั้นควรทำการเจือจางด้วยน้ำดื่มสะอาดหรือน้ำผลไม้ก่อนการดื่มทุกครั้ง Cider มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อด้วยและยังมีเอนไซม์ช่วยในการย่อยหรือบำรุงระบบทางเดินอาหาร ปริมาณที่พอเหมาะในการรับประทานต่อวันคือวันละไม่เกิน 2 ช้อนชา ผู้ที่มีปัญหาโพแทสเซียมในเลือดต่ำ กระดูกพรุนและเบาหวานควรปรึกษาแพทย์ก่อนการใช้
1.ช่วยแก้อาการท้องผูก(ช่วยในการขับถ่าย) ลดความอ้วน ใช้ Apple Cider 1-2 ช้อนชา ผสมน้ำอุ่นกับมะนาวครึ่งลูก ดื่มตอนเช้าหลังตื่นนอน หากดื่มยากให้ผสมน้ำผึ้งเล็กน้อย จะช่วยกระตุ้นให้ลำไส้ทำงานได้ดียิ่งขึ้นและขับถ่ายได้สะดวก
2.ช่วยแก้อาการเจ็บคอ คันคอ ใช้ Apple Cider 2 ช้อนชา กับน้ำดื่มสะอาดอุ่น ๆ 1 แก้ว นำมากลั้วคอบ่อย ๆ ทุก ๆ 1 ชั่วโมง
3.ช่วยบำรุงผิวพรรณ เพิ่มความชุ่มชื้นกระชับรูขุมขน ใช้ Apple Cider และน้ำสะอาดในส่วนที่เท่า ๆ กันใส่ขวดแล้วนำไปแช่ในตู้เย็น ใช้สำลีชุบและนำมาแปะไว้บนหน้าเว้นส่วนรอบดวงตาไว้ ทิ้งไว้ 10 นาที หากมีอาการแพ้หรือคันมาก ๆ ให้ใช้น้ำสะอาดผสมมากขึ้นหรือเลิกใช้ แต่หากมีอาการคันยิบ ๆ ไม่มากถือว่าเป็นอาการปกติของการใช้ Apple Cider
4.ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ใช้ Apple Cider 1 ส่วนผสมน้ำเปล่า 3 ส่วน ใส่ขวดแล้วนำไปแช่ตู้เย็น จากนั้นหลังล้างหน้าเสร็จให้นำสำลีชุบน้ำไซเดอร์และเช็ดรอบใบหน้าเว้นบริเวณดวงตาไว้ แล้วนำน้ำสะอาดชุบสำลีแล้วเช็ดออก อาจมีอาการคันยิบ ๆ เป็นปกติ หากคันมากมีอาการแพ้ผื่นขึ้นให้เลิกใช้ทันที
5.ช่วยรักษาสิว น้ำสำลีแผ่นเล็ก ๆ ชุบไซเดอร์นิด ๆ แล้วแปะไว้ที่หัวสิวก่อนนอน จะทำให้สิวหายภายในสองคืน
6.ช่วยให้ผมนุ่มสลวย แก้รังแคบนหนังศีรษะ ผสมน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ 1 ส่วนต่อน้ำ 3 ส่วน แล้วนำมาล้างผมหลังการสระผม จะช่วยให้ผมนุ่มสวยและไม่มีรังแค
7.แก้อาการฮ่องกงฟุต เชื้อราในนิ้วเท้า และปัญหากลิ่นเท้า ผสมไซเดอร์ ผสมแอปเปิ้ลไซเดอร์กับน้ำอุ่น อัตราส่วน 1:2 แช่เท้าไว้ 15 นาทีหรือจนกว่าน้ำจะเย็นแล้วล้างออก ทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งจนกว่าจะหาย

ประโยชน์ของไซเดอร์(Cider) เยอะขนาดนี้แล้วน่าจะซื้อติดไว้ที่บ้าน ทำน้ำไซเดอร์ดื่มในตอนเช้าก็เหมาะ หรือจะไว้ใช้เป็นยาแก้อาการเจ็บคอ แก้ปัญหาหนังศีรษะหรือบำรุงผิวพรรณ บำรุงผิวหน้า รักษาสิวก็ดีไม่หยอก ใครลองนำไปใช้แล้วได้ผลยังไงเอามาแชร์กันได้หรือจะช่วยแชร์บอกเพื่อนด้วยก็ได้นะ ^____^