รีวิวเที่ยวเขาช้างเผือก ปีนสันคมมีด อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ภาค3 ลงเขาแล้วแช่เท้าที่พุน้ำร้อนหินดาด

รีวิวเที่ยวเขาช้างเผือก ปีนสันคมมีด อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ภาค3 ลงเขาแล้วแช่เท้าที่พุน้ำร้อนหินดาด

หลังจากเดินลงเขาช้างเผือกแล้ว พักกันให้หายเหนื่อยเก็บของยังไม่ต้องอาบน้ำ ไปที่อุทยานแห่งชาติเพื่อเคลียร์ค่าใช้จ่ายกับอุทยานอีกเล็กน้อย เอาใบประกาศที่พิชิตยอดเขาช้างเผือกสำเร็จ แล้วนั่งรถไปที่บ่อพุน้ำร้อนหินดาดได้เลย นั่งไปสักชั่วโมงนิด ๆ ก็ถึง ถึงทางเข้าก็จ่ายค่าเข้ากันก่อนมีค่าใช้จ่ายเล็กน้อยเท่านั้น

 

ค่าเข้าสำหรับคนไทย
เด็ก 5 บาท
ผู้ใหญ่ 10 บาท
ค่าเข้าสำหรับคนต่างชาติ
เด็ก 20 บาท
ผู้ใหญ่ 40 บาท

เฮ้ย!! ค่าเข้าโคตะระจะถูกเลยคร้าบบบ อะไรจะถูกปานนนั้นกับบ่อน้ำพุร้อนที่เต็มไปด้วยแร่ธรรมชาติ อุณหภูมิสูงราว ๆ 40-55 องศา ถูกยิ่งกว่าค่าต้มน้ำที่บ้านเองอีก เท่านั้นไม่พอพุน้ำร้อนหินดาดนี้มีลำธารน้ำเย็นจากน้ำตกผาตาดโดยลำธารและบ่อน้ำร้อนอยู่ข้าง ๆ กัน สามารถแช่สลับน้ำเย็นน้ำร้อนได้เลย โอ้แม่เจ้าอะไรจะแจ่มปานนั้น สำหรับสรรพคุณและประโยชน์ในการแช่น้ำพุร้อนที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุสามารถช่วยรักษาโรคต่าง ๆ ได้เช่น  โรคเหน็บชา ไขข้ออักเสบ อัมพฤกษ์ อัมพาต ช่วยให้เลือดไหลเวียนได้สะดวก แก้เส้นเลือดขอด และที่สำคัญช่วยแก้อาการปวดเมื่อยได้ด้วย ยิ่งพวกเราที่เพิ่งเดินขึ้นลงเขาช้างเผือกด้วยแล้วช่วยทำให้หายปวดเมื่อยเป็นปลิดทิ้ง ช่วงเย็น ๆ มักจะมีทัวร์ต่างชาติมาลงจนเต็มบ่อ ตอนที่แก๊ปแก๊ปไปเป็นช่วงบ่าย ๆ ก็เดินสำรวจแล้วห้องน้ำสะอาดใช้ได้ ห้องอาบน้ำสะอาดมาก ๆ มีเรือนนวดแผนไทยทั้งนวดตัวนวดเท้า มีร้านอาหารส้มตำไก่ย่าง อาหารตามสั่ง แต่บริเวณรอบ ๆ บ่อห้ามนำอาหารเข้าไปทานนะครับ มีล็อคเกอร์ให้เช่าเก็บของมีค่าด้วย ค่าเช่าล็อคเกอร์ก็ขนาดกลาง 20 บาท ขนาดใหญ่ 30 บาทเท่านั้นเอง สรุปว่าถ้าแช่พุน้ำร้อนหินดาดนั้นมีค่าใช้จ่ายไม่ถึง 100 บาทเลย(ไม่รวมนวดตัวนะ) ทำให้สบายขาขึ้นอีกเยอะเลย ใครที่ลงจากเขาช้างเผือกห้ามพลาดมาเที่ยวที่นี่เลยทีเดียว

 

 

วิธีแช่น้ำพุร้อนให้ได้ประโยชน์สูงสุด

1.ต้องล้างตัวก่อนการลงลำธารและแช่น้ำพุร้อน ห้ามใช้สบู่ยาสระผมในลำธารและในบ่อน้ำพุร้อน
2.ให้เริ่มจากแช่น้ำเย็นก่อนสัก 10 นาที เวลาแช่ให้นำเท้าลงไปแช่สักระยะนึงก่อน จากนั้นจึงค่อย ๆ ลงแช่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนแช่ครับทั้งตัว(ถ้าแช่ทั้งตัวในคร้งเดียวตอนแช่น้ำพุร้อนจะทำให้รู้สึกร้อนมาก ๆ )
3.เมื่อแช่น้ำเย็นแล้วให้สลับแช่น้ำร้อน สัก 10-15 นาที และแช่สลับไปมาจะให้ประโยชน์มากที่สุด
4.เวลาแช่น้ำพุร้อนหากปวดเมื่อยจุดใดให้นำมือไปนวดตัวเองหรือจะให้คนที่ไปด้วยนวดให้ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด ที่พื้นของน้ำพุร้อนจะมีหินก้อนใหญ่ ๆ ให้เราเดินไปมานวดฝ่าเท้าทำให้รู้สึกสบายมาก ๆ ส่วนที่ลำธารจะเป็นหินกรวดเล็ก ๆ ทำให้ความรู้สึกตัดกันและทำให้สบายเป็นอย่างมาก
5.สำหรับคนที่ชอบดื่มหลังแช่น้ำพุร้อนและแช่น้ำเย็นจากลำธารแล้วให้อาบน้ำเปลี่ยนชุดซื้อเบียร์เย็น ๆ มาซด สดชื่นอย่าบอกใคร

ก่อนขึ้นรถกลับกรุงเทพฯ ที่ลานจอดรถบัสก่อนถึงป้อมจ่ายค่าเข้าจะมีคุณลุงคุณป้าขายผลไม้ราคาไม่แพง คุณป้าใจดีมาก ๆ ซื้อเยอะลดกระจาย แก๊ปแก๊ปก็ได้ซื้อทั้งมะละกอ เสาวรส เบียร์ลีโอ ได้กล้วยนากเป็นของแถมและลดราคาให้อีกตะหาก ถ้าใครได้ไปอย่าลืมเอาบล็อกนี้ให้คุณป้าได้อ่านกันนะครับ เผื่อได้ส่วนลดเพิ่ม อิอิ แก๊ปแก๊ปก็แช่ตัวอาบน้ำอยู่ที่บ่อน้ำพุร้อนหินดาดนานเลยกว่าจะซื้อของดื่มเบียร์ขึ้นรถแบบชิว ๆ ก็ปาไป 4-5 โมงเย็นแล้ว นั่งรถกลับถึงบ้านราว ๆ สามทุ่มเห็นจะได้ สำหรับการรีวิวเที่ยวเขาช้างเผือก ปีนสันคมมีด อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี คงจะจบแต่เพียงเท่านี้ ใครไปเที่ยวมาแล้วมาโพสบอกกันได้นะครับ จะดีใจมากถ้ามีคนไปเที่ยวเพราะอ่านจากบล็อกของแก๊ปแก๊ป หรือถ้าใครอ่านแล้วถูกใจรบกวนฝากแชร์ให้เพื่อนอ่านกันด้วยนะคร้าบบบบ ^__^

 

 

บล็อกที่เกี่ยวข้อง

รีวิวเที่ยวเขาช้างเผือก ปีนสันคมมีด อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ภาค1เตรียมตัวไปเที่ยวกันเถอะ

รีวิวเที่ยวเขาช้างเผือก ปีนสันคมมีด อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ภาค2 รีวิวเที่ยวเขาช้างเผือก

รวมสุดยอดภาพพาโนรามาจากเขาช้างเผือก

2 ความเห็นบน “รีวิวเที่ยวเขาช้างเผือก ปีนสันคมมีด อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ภาค3 ลงเขาแล้วแช่เท้าที่พุน้ำร้อนหินดาด”

การแสดงความเห็นถูกปิด