รีวิวหนัง Before Sunraise Before Sunset และ Before Midnight(มีสปอยนิดหน่อย)

รีวิวหนัง Before Sunraise Before Sunset และ Before Midnight(มีสปอยนิดหน่อย)

รีวิวหนังหลังจากอ่านรีวิวที่อ่านพบจากหน้า FB จาก https://www.facebook.com/SeatNoE12/photos/a.339825109485599.1073741828.338523256282451/592570900877684/?type=1
แล้วรู้สึกว่าหนังเรื่องนี้น่าดูมาก ๆ ต้องหามาดูให้ได้ (แนะนำให้อ่านรีวิวต้นเรื่องก่อนที่จะอ่านรีวิวในบล็อกนี้) จากนั้นไม่กี่วันก็ต้องไปทำธุระแถวสยามพอดี เลยไปหาซื้อหนัง ได้หนังจากร้านขายซีดีใต้โรงหนังลิโด้นะครับ ภาคแรกและภาคสองราคา 179 บาท ภาพสุดท้าย Before Midnight ราคา 99 บาทครับ

 

ภาคแรก Before Sunraise ต้องบอกเลยว่าขึ้นต้นเรื่องได้มันส์มาก พล็อตเรื่องน่าตื่นเต้นสุด ๆ เป็นการพบกันบนรถไฟที่น่าประทับใจ และที่แก๊ปแก๊ปชอบที่สุดเลยคือพระเอกกล้าทำในสิ่งที่ผู้ชายส่วนใหญ่ได้แต่คิดจะทำแต่คงไม่ค่อยมีใครกล้าทำ คือชวนนางเอกลงที่สถานีเดียวกัน ทั้ง ๆ ที่นางเอกไม่ได้จะลงสถานีนั้นซะด้วยซ้ำ และช่วงที่ชวนคือช่วงที่รถไฟจอดที่ชานชลานั้นแล้วซะด้วย แม่เจ้า!!! มีเวลาแค่ไม่กี่นาทีในการโน้มน้าวนางเอก แต่สุดท้ายไม่ต้องบอกก็คงรู้กันว่าเป็นอย่างไร ภาคแรกจะเต็มไปด้วยความรักแบบวัยรุ่น รักแรกพบ หรือรักปุบปับ เต็มไปด้วยกลิ่นอายของความสนุก กล้าคิดกล้าทำ หนังทั้งเรื่องจึงเต็มไปด้วยความแปลกใหม่น่าติดตาม  เต็มไปด้วยความรักชื่นมื่นอะไรก็ดูดีไปหมด เหมือนดอกไม้แรกแย้มที่มีแต่ความสวยงาม

 

ภาคที่สอง Before Sunset เป็นเรื่องราวของความคิดถึงโหยหา การกลับมาพบกันอีกครั้ง มุมกล้องที่ใช้จะประมาณเดียวกับภาคแรกเลย ภาคนี้ในมุมมองแก๊ปแก๊ปแล้วออกจะน่าเบื่อไปสักหน่อย แต่ก็ดูจนจบเรื่อง (มันคืออะไร) ก็ติดตามภาคแรกแล้วชอบเนอะภาคนี้ก็เลยดูจนจบ โดยที่กลาง  ๆ เรื่องขาดความน่าสนใจไปซะเยอะ แต่ตอนจบก็ปิดท้ายได้ดี ดูเพลิน ๆ พอจบแล้วคิดอ้าวจบแล้วเรอะ ประมาณนี้เลย

ภาคสุดท้าย Before Midnight ก็ได้แสดงความรักแบบผู้ใหญ่ รักนิรันดร์เหมือนรีวิว จากทาง FB บอกไว้ มันมีเรื่องราวของการทะเลาะกันที่ทุกคู่คงต้องเคยเจอ แต่จะทำยังไงต่างหากให้เราไม่ต้องเลิกกันจริง ๆ มันเป็นมุมมองความรักที่สุขุมและล้ำลึกมาก ๆ

หนังทั้งสามเรื่องมีความสัมพันธ์กันทั้งชื่อเรื่อง ช่วงเวลาในหนัง (เปรียบเหมือนกับช่วงเวลาในชีวิตคนเรา) คือมี sign มีความหมายเยอะ โดยรวมแล้วแก๊ปแก๊ปถือว่าเป็นหนังดีในแง่เนื้อหา แต่ถ้าดูเพื่อความสนุกแล้วถือว่าไม่ผ่านเท่าไหร่ ก็มันเป็นหนังชีวิตและแสดงมุมมองต่าง ๆ ของผู้กำกับนี่นะ แก๊ปแก๊ปอาจจะเข้าไม่ถึงเท่าไหร่ หรือโดยส่วนตัวไม่ชอบหนังแนวนี้ก็เป็นได้ ส่วนตัวแล้วชอบหนังรักที่แบบ feel good มาก ๆ อย่างเรื่อง 50first date หรือ love actually มากกว่า แต่สุดท้ายที่อยากจะย้ำคือ ก็มีความเป็นไปได้เหมือนกันที่แก๊ปแก๊ปดูทั้งสามเรื่องแทบจะต่อกัน แต่ละเรื่องห่างกันไม่กี่วัน ทั้ง ๆ ที่รีวิวใน FB ก็บอกไว้แล้วให้ดูแต่ละภาคห่างกันสัก 1 สัปดาห์ เลยทำให้ความสนุกลดลงไปเยอะ ก็ตัวหนังจริง ๆ ห่างกันเรื่องละตั้ง 9 ปี (เป็นความตั้งใจของผู้กำกับที่ทำคอนเสปนี้ออกมาตั้งแต่แรก แต่เราดันดูต่อกัน ความน่าดูเลยอาจจะลดลงไปเยอะ)  ดังนั้นขอย้ำอีกรอบว่า ใครจะดูซื้อทีเดียวสามเรื่องเลยได้ แต่ไม่ควรดูต่อ ๆ กัน ใครลองดูแบบห่างกันเรื่องละสัปดาห์หรือเรื่องละเดือนไปเลยช่วยกลับมาบอกหน่อยครับว่ารู้สึกยังไง สำหรับแก๊ปแก๊ปคงพลาดดูต่อกันไปแล้ว (เสียดายมากดันกลับมาอ่านรีวิวใน FB อีกรอบแล้วเพิ่งสังเกตจริงจังว่าเค้าห้ามดูต่อกัน เลยมาช่วยย้ำในบล็อกนี้อีกรอบ ไม่อยากให้ใครพลาดเหมือนแก๊ปแก๊ป #ร้องไห้แพร๊พ)