เบียร์สดต่างจากเบียร์ขวด หรือเบียร์กระป๋องยังไง??

เบียร์สดต่างจากเบียร์ขวด หรือเบียร์กระป๋องยังไง??

ใครเล่าจะรู้บ้างว่าเบียร์เป็นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ชนิดแรกของโลก 0_o”กำเนิดขึ้นมานานแล้วมากกว่า 6,000-7,000 ปี หูวววววววว!!!! เกิดขึ้นจากความบังเอิญของโจ๊กชามหนึ่งที่ใกล้จะบูด (เป็นไปได้ไงเนี่ยยยยยย – -“) ในยุโรปชนชาติที่นิยมดื่มเบียร์มากที่สุดก็คือเยอรมัน ประวัติศาสตร์ของเบียร์ยุคเก่านั้นเกิดขึ้นจากชาวบาบิโลน แต่ประวัติศาสตร์ยุคใหม่เกิดขึ้นจากชาวเยอรมันผลิตขึ้นในแคว้นบาวาเรียเกิดจากส่วนผสม 4 อย่างคือ น้ำ ฮ็อพ ยีสต์ และข้าวบาร์เลย์ ชาวเยอรมันนิยมดื่มเบียร์สดกันมาก แทบจะเรียกว่าดื่มแทนน้ำกันเลยทีเดียว แล้วเบียร์สดต่างจากเบียร์ขวดยังไง?? นักดื่มเบียร์ส่วนมากจะชอบดื่มเบียร์สดมากกว่าเบียร์ขวด แต่หลาย ๆ คนก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าเพราะอะไรเบียร์สดถึงได้มีรสชาติต่างจากเบียร์ขวด มันมีที่มายังไงกันนะ -_-? จริง ๆ แล้วเบียร์สดต่างจากเบียร์ขวดตรงที่กรรมวิธีการผลิตและการเก็บรักษา เบียร์สดเป็นเบียร์ที่ไม่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อหรือที่เรียกกันว่า “พาสเจอร์ไรส์” (พาสเจอร์ไรส์เป็นกระบวนการถนอมอาหารแบบหนึ่งด้วยการผ่านความร้อนที่อุณหภูมิ 50-60 องศา) ทำให้เบียร์สดต้องเก็บในถังที่มีความเย็นสูงแต่ไม่ทำให้เป็นน้ำแข็ง (เย็นมากแต่ไม่แข็ง) ส่วนเบียร์ขวดหรือเบียร์กระป๋องนั้นผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรส์แล้วทำให้เก็บได้นานกว่าและเก็บได้ที่อุณหภูมิสูงกว่าเบียร์สดซะอีก (แต่ก็ยังควรแช่ตู้เย็นไว้นะ) และเพราะการผ่านความร้อนของเบียร์ขวดทำให้เบียร์เสียรสชาติและคุณค่าทางอาหารไปส่วนหนึ่ง เบียร์สดจึงมีรสชาติที่ดีกว่ายังมีความหอมละมุนและคงความอร่อยไว้ได้นั่นเอง แต่เบียร์สดก็มีข้อเสียเหมือนกันนะ คือไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน เพราะจะเสียได้ง่าย แหม่ถึงว่า…….ที่เรียกว่าเบียร์สดเพราะเราต้องดื่มของสดใหม่เสมอสินะ ว่าแล้วขอตัวไปจิบเบียร์ก่อนนะครับ เดี๋ยวมาอ่านกันต่อ ^___^

เบียร์สด-เหยือก

เบียร์สด-การเท

เบียร์สดต่างจากเบียร์ขวด-เบียร์กระป๋องยังไง

แล้วดื่มเบียร์สดยังไง ให้ได้รสชาติดีที่สุด??

การดื่มเบียร์สดให้ได้รสชาติดีที่สุด เบียร์จะต้องถูกแช่เย็นและมีอุณหภูมิที่เหมาะสมคือที่ 4 องศาเซลเซียสโดยประมาณ (แต่ถ้าเป็นเบียร์สดจะถูกเก็บอยู่ในถังที่มีความเย็นอยู่แล้ว) ไม่ควรใส่น้ำแข็งเพิ่มเพราะจะทำให้เบียร์เสียรสชาติ (แต่ประเทศไทยเป็นเมืองร้อนนะ ให้ทำไงล่ะ) ก็รีบดื่มให้หมดแก้วไวไวในขณะที่เบียร์ยังเย็นอยู่น่ะสิ หากดื่มอยู่บ้านอาจจะแช่แก้วไว้หลาย ๆ ใบสำหรับสับเปลี่ยนจะช่วยให้เบียร์คงความเย็นได้อยู่เสมอ (หากร้านที่่บริการดีเป็นเยี่ยมจะคอยเปลี่ยนแก้วเป็นแก้วที่แช่เย็นให้อยู่เสมอ เราก็ไปอุดหนุนร้านนั้นบ่อย ๆ ) การรินเบียร์เทเบียร์ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เวลาเทเบียร์สดควรเอียงแก้ว 45 องศาและให้เบียร์ตกตรงกลางแก้วจะทำให้เบียร์มีฟองอยู่ที่ 1/5 ของแก้วซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนฟองที่ดีที่สุด ไม่ควรเทเบียร์จนไม่มีฟองเลย เพราะฟองเบียร์จะช่วยเก็บรสชาติของเบียร์ในแก้ว และวิธีการดื่มเบียร์นั้นควรดื่มที่ตัวเบียร์จะทำให้ฟองเบียร์ยังอยู่ และฟองเบียร์จะติดที่ริมฝีปากของผู้ดื่มเหมือนในโฆษณาเบียร์ต่าง ๆ (ท่าจะดูดีไม่หยอก) การดื่มเบียร์สดให้ได้รสชาติดีที่สุดควรทำเป็นสเต็ป มี 4 ขั้นตอนจำง่าย ๆ คือ
-ดูด้วยตา สังเกตุสีของเบียร์ ตะกอนของเบียร์ ฟองเบียร์ ฟองอากาศที่ผุดขึ้นมากจากก้นแก้ว
-พาหมุนวน หมุนแก้วเบียร์เล็กน้อย และสังเกตุเบียร์กันต่อ
-สูดดมกลิ่น ยกแก้วเบียร์ขึ้นก่อนจะถึงปากให้สูดดมกลิ่นของเบียร์ จะพบความหอมละมุนซับซ้อนอยู่ภายใน
-จิบลิ้มชิมรส ดื่มเข้าปาก อย่าลืมให้ดื่มที่ตัวเบียร์ให้มีฟองติดที่ริมฝีปาก รับความหอมละมุน รสชาติหวานปนขมของฮ็อพแล้วค่อย ๆ ปล่อยไหลลงลำคอ รับความสดชื่นไปแบบเต็ม ๆ
จะให้ได้รสชาติดีที่สุดอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ เพื่อนที่รู้ใจ จะเป็นเพื่อนเก่าก่อนช้านาน หรือเพื่อนใหม่เพิ่งทำความรู้จักก็ได้ แต่ถ้าจะให้ดีก่อนจะจิบลิ้มชิมรสเบียร์ก็อย่าลืมชนแก้วกัน ว่าแล้วก็เอ้า ชนนนนน!!!

ลานเบียร์

ทาวเวอร์

รีวิวอร่อยคุ้มร้าน Maki ที่ Star Chefs Maki Champion กับเมนูที่คุณจะต้องอึ้ง!!!

รีวิวอร่อยคุ้มร้าน Maki ที่ Star Chefs Maki Champion กับเมนูที่คุณจะต้องอึ้ง!!!

“สุดยอดดดด!!! ร้าน Maki กินที่ไหนก็ไม่อร่อย เมื่อได้กิน Maki ที่ร้านนี้ รสชาติมันเข้มข้นและหอมมาก ๆ” เสียงเพื่อนคนนึงของแก๊ปแก๊ป อุทานออกมาอย่างไม่ตั้งใจ เมื่อได้ทาน 1 ใน 12 ของเมนู Shinkansen Maki จากนั้นไม่นานแก๊ปแก๊ปก็ลองคีบ Maki ชิ้นหนึ่งที่มีผงสีเขียวขึ้นมาทาน “เฮ้ย!!! คำนี้เจ๋งอ่ะ หอมอบอลวนไปทั้งปาก ขนาดทานหมดทั้งคำแล้วยังมีกลิ่นหอมหลงเหลือให้เคลิบเคลิ้มได้อีก” ใช่แล้ว!! Maki ที่แก๊ปแก๊ปได้ทานเป็นเมนูที่มีชื่อว่า UNAGI MATCHA เป็นมากิไส้ปลาไหลย่างคลุกชาเขียวแล้วราดด้วยซอสและโรยหน้าด้วยเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ส่วนของเพื่อนเป็น EBI LAVA เป็นมากิไส้กุ้งท็อปด้วยกุ้งสดราดซอสมันกุ้ง เมนู Shinkansen Maki นั้นเป็นเมนูที่เป็น signature ของร้าน Maki “Star Chefs 2014 (Maki Champion)” ประกอบไปด้วย Maki 12 คำที่เรียงกันมาเหมือนรถไฟชินคันเซ็น ที่มี concept ว่า “12 ชิ้น 12 รส 12 เที่ยวต่อวัน” ในราคาที่ไม่แพงเลยเพียง 480 บาทเท่านั้นเรียกได้ว่าอร่อยคุ้มแน่นอน โดย 6 ชุดแรกจะเสิร์ฟตั้งแต่ 12.00 – 14.00 น. และอีก 6 ชุดในช่วง 18.00-22.00 น. ดังนั้นใครอยากทานอยากตามรีวิวนี้ก็ต้องรีบกันหน่อย

Maki-กินที่ไหน-Shinkansen

ร้าน-Maki

ร้าน Maki “Star Chefs 2014″ นั้นเป็นร้านที่ขาย Maki แบบ Fusion โดยเฉพาะ วัตถุดิบได้รับการคัดสรรเป็นอย่างดีและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น  และเป็นร้าน Maki ที่ได้รับรองความอร่อยจากเชฟYasuji Morizumi (ยาสึจิ โมริซูมิ) เชฟระดับ Michelin Star  ได้รางวัลชนะเลิศจากรายการทีวีแชมเปี้ยน (TV Champion) ได้รับการขนานนามว่าเป็น King of Ramen เป็นหัวหน้าเชฟของร้าน Pacata ผู้มีความสามารถทางด้านอาหารอย่างรอบด้านหลากหลาย  ดังนั้นรับรองได้เลยว่าการผสมผสานระหว่างวัตถุดิบต่าง ๆ กับซอสสูตรเฉพาะของแต่ละเมนูใน Shinkansen Maki นั้นจะทำให้คุณหัวใจเต้นแรง ความหอมของซอสหรือการผสมผสานของวัตถุดิบจะทำให้เคลิบเคลิ้มจนลืมบรรยากาศแสนอบอุ่นรอบข้างไปเลยทีเดียว

ร้าน-Maki-กินที่ไหน

ร้าน-Maki-อร่อยคุ้มค่า

ร้าน Maki “Star Chefs 2014″ ที่แก๊ปแก๊ปมารีวิวในครั้งนี้เป็นสาขาตั้งอยู่ขั้น 4 ติดกับร้าน Farm Design เหมาะที่จะมากันแบบเป็นครอบครัว หรือกลุ่มเพื่อน ๆ 4-8 คนกำลังดี สั่งชุดเมนู Shinkansen Maki 1 ชุดต่อ 3-4 คน โดยเลือกว่าใครจะทานชิ้นไหน จากนั้นให้ลองเลือกที่อร่อยที่สุดจากที่ตัวเองได้ทานและสั่งเป็นจาน 4 ชิ้น หรือ 8 ชิ้นเพื่อแบ่งปันความอร่อย รสชาติที่เราได้สัมผัสให้เพื่อนได้ลิ้มลองกัน เป็นความสนุกและอร่อยอีกแบบ ช่วยสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวหรือระหว่างผองเพื่อนได้เป็นอย่างดี ส่วนเครื่องดื่มที่แนะนำให้ทานกับ Maki จะเป็น BLOSSOM ICED TEA จะช่วยตัดรสชาติกับ Maki ทำให้ทานได้เยอะขึ้น หรือใครอยากได้ความชุ่มชื่นคอเหมาะกับอากาศร้อน ๆ แนะนำเป็น HONEY LEMON ICED TEA  ถ้าอยากได้รสชาติละมุน ๆ ซ่า ๆ ก็จัด LYCHEE BERRY SODA ได้เลย แต่ทางร้านยังมีเครื่องดื่มอย่างเบียร์ SINGHA หรือ SYDER BAY  ไว้ให้บริการด้วยเช่นกัน

รีวิว-Star-Chefs-2014

Unagi-Salmon-don

Maki กินที่ไหน อยากตามไปลองต้องไปที่ไหน??
ร้าน Maki “Star Chefs 2014″ ตอนนี้มี 2 สาขา
สาขาแรกตั้งอยู่ที่ The Nine Avenue พระราม 9 ชั้น 1
สาขาที่สองตั้งอยู่ที่ Terminal21 แยกอโศก ชั้น4 ติดกับร้าน Farm Design