สิงห์ คอร์เปอเรชั่น!!! จัดแสดงสินค้าหลากหลายในงาน Thaifex 2015

สิงห์ คอร์เปอเรชั่น!!! จัดแสดงสินค้าหลากหลายในงาน Thaifex 2015

งาน THAIFEX-World of food ASIA 2015 จัดวันที่ 20-24 พ.ค. 2558 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 และ Exhibition Hall 9 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี สิงห์ คอร์เปอเรชั่นได้ออกบูธตาม Concept Singha, Taste of Life ที่นำแนวความคิดการดีไซน์ตามรูปแบบของครัวในบ้านที่ทันสมัย มีบรรยากาศเหมือนอยู่บ้านเพื่อนเชิญชวนให้เดินเข้าไปเยี่ยมชม  เพื่อพบกับสินค้าที่หลากหลาย เพื่อแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของสิงห์เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของทุกคนได้เป็นอย่างดี ทั้งน้ำดื่ม โซดาและเครื่องดื่มเบียร์ และยังมีสินค้าอย่างกาแฟดอยช้างในรูปแบบเมล็ดกาแฟ อาหารสำเร็จรูป เครื่องชงกาแฟ และสินค้าอื่น ๆ จากสิงห์ปาร์คเชียงราย เช่น ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ Maruzen ชาอู่หลง เพื่อเป็นการแสดงออกซึ่งตัวตนและภาพพจน์ออกสู่ผู้บริโภค รวมทั้งผู้ที่มาเยี่ยมชมงาน Thaifex 2015 นี้

thaifex-2015-สิงห์-คอร์เปอเรชั่น สิงห์-คอร์เปอเรชั่น-thaifex-2015

สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของสิงห์ที่นำมาจัดแสดง สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ที่ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์หมายเลข 3 ณ บูธหมายเลข 3H01 ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 24 พ.ค. 2558 ที่งาน Thaifex 2015  ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

 

 

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้จากไร่ชาของไทยส่งออกไปทั่วโลก!!!

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้จากไร่ชาของไทยส่งออกไปทั่วโลก!!!

จากบล็อกที่แล้วเราคงได้รู้กันไปแล้วว่าไม่ว่าจะชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ชาอู่หลง (ชาจีน) หรือชาดำ (ชาฝรั่ง) ก็มาจากชาต้นเดียวกันนี่แหละ แต่ถ้าใครยังไม่รู้กดอ่านได้ที่นี่เลย และเมื่อไม่นานมานี้ผมได้มีโอกาสสัมภาษณ์ มิสเตอร์ คาสึโทชิ ฟุรุฮาชิ ผู้เชี่ยวชาญด้านชาเขียว ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท Maruzen จากประเทศญี่ปุ่น คุณ พงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญและ คุณ ราชพฤกษ์ พานิช กรรมการผู้จัดการบริษัท MARUZEN FOOD (THAILAND) จำกัด เกี่ยวกับที่มาของการผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแท้จากไร่บุญรอดเพื่อส่งออกไปทั่วโลกMaruzen-ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

 

Maruzen มีที่มาอย่างไรทำไมถึงได้มาเป็นบริษัทที่ผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ ??
มิสเตอร์ คาสึโทชิ ฟุรุฮาชิ : คนญี่ปุ่นมีความผูกพันธ์กับชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ เป็นอย่างมาก เพราะคนญี่ปุ่นดื่มชาเขียวกันทั่วไปในครัวเรือนดื่มกันแทนน้ำเปล่า ไม่ใช่ดื่มเฉพาะตอนกระหายน้ำ การชงชาเขียวและดื่มชาเขียวเป็นการผ่อนคลายจากการทำงาน บางครั้งทำงานหนัก ๆ ก็ผ่อนคลายด้วยการชงชา แต่ชาเขียวที่คนญี่ปุ่นดื่มนั้นไม่มีรสหวาน ไม่มีการใส่น้ำตาล เพราะถ้าชาเขียวหวานจะมีโทษมากกว่าประโยชน์ คนญี่ปุ่นเป็นคนรักสุขภาพจึงไม่ดื่มชาเขียวที่หวาน เพราะถ้าหวานจะทำให้เราหิวน้ำอีกและดื่มหวานอีกยิ่งทำให้เกิดโทษ ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ นั้นมีประโยชน์เป็นอย่างมาก Maruzen ก่อตั้งเมื่อ 70 กว่าปีที่แล้ว พ่อแม่ผม (พ่อแม่ของคุณ คาสึโทชิ ฟุรุฮาชิ) อาศัยอยู่ที่ Saitama ที่อยู่ติดโตเกียว แล้วต้องการชาเขียวคุณภาพดีเลยต้องย้ายไปที่ Shizuoka เพราะ Shizuoka นั้นเป็นแหล่งผลิตชาเขียวที่ดีที่สุด เลยตั้งโรงงาน Maruzen อยู่ที่นั่น เพราะชาเขียวต้องเริ่มกระบวนการผลิตภายในครึ่งชั่วโมงหลังจากถูกเด็ดยอดมาแล้ว ไม่เช่นนั้นใบชาจะเริ่มหมักตัวเองกลายเป็นสีเหลือง ดังนั้นชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ แล้วนั้นต้องมีสีเขียวชาเขียวญี่ปุ่นแท้-Maruzen

Maruzen & Singha มาร่วมมือกันผลิตชาเขียวได้อย่างไร??
มิสเตอร์ คาสึโทชิ ฟุรุฮาชิ : จากนโยบายของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ต้องการส่งเสริมการส่งออกอาหารญี่ปุ่นออกไปทั่วโลก ซึ่งชาเขียวก็เป็น 1 ในอาหารญี่ปุ่นที่ได้รับการสนับสนุนหรือส่งเสริมให้มีการส่งออกให้มากขึ้น แต่เนื่องจากกำลังผลิตภายในประเทศญี่ปุ่นก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการ และภาษีส่งออกนั้นสูงถึง 60% ทำให้ทางบริษัท Maruzen มองหาแหล่งผลิตชาเขียวคุณภาพดี มีกำลังผลิตที่เพียงพอหรือมีศักยภาพสูงเพื่อผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแท้ส่งออกไปทั่วโลก ทาง Maruzen ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญชาเขียวญี่ปุ่นแท้มาสำรวจไร่ชาในประเทศต่าง ๆ ที่มีศักยภาพเพียงพอในการผลิตชาเขียวในภูมิภาคนี้ และได้มาพบกับชาจากไร่บุญรอดซึ่งทดสอบแล้วมีคุณภาพดีและมีศักยภาพที่จะผลิตเป็นชาเขียวญี่ปุ่นแท้
คุณ พงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญและ คุณ ราชพฤกษ์ พานิช (เสริม) : จึงเกิดความร่วมมือระหว่าง Singha&Maruzen ก่อตั้งเป็นบริษัท Maruzen Food (Thailand) จำกัด ซึ่งตั้งโรงงานอยู่ในไร่บุญรอดจังหวัดเชียงรายนำเข้าเครื่องจักรจากญี่ปุ่นทั้งหมด มีการส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกชาเป็นคนญี่ปุ่นอายุ 64 ปี ปลูกชามานานกว่า 40 ปีมาควบคุมการปลูกชาให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด มีช่างเทคนิคจากญี่ปุ่นมาควบคุมดูแลการผลิตในโรงงาน และเป็นโรงงานผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ (Green Tea Process) แห่งแรกที่จัดตั้งนอกประเทศญี่ปุ่นชาเขียวญี่ปุ่นแท้

อุปกรณ์ชง-ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

 

ด้วยความใส่ใจในการปลูกชา การเลือกพื้นที่การผลิตที่จังหวัดเชียงรายที่มีความลาดชันเหมาะกับชาซึ่งเป็นพืชที่ไม่ชอบน้ำขังทำให้ชาที่ไร่บุญรอดนั้นเหมาะในการนำมาผลิตเป็นชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ จึงเกิดความร่วมมือระหว่างบริษัท Maruzen&Singha ในการผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแท้คุณภาพดีที่มีการควบคุบการปลูกและการผลิตโดยคนญี่ปุ่นเพื่อส่งขายไปทั่วโลก อีกไม่นานเราคงจะเห็นชาเขียวญี่ปุ่นแท้จากโรงงานของคนไทยขายไปทั่วโลก ว่าแล้วก็อยากดื่มชาเขียวขึ้นมาทันทีเลย ขอตัวไปชงดื่มชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ ก่อนนะครับ

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้แตกต่างจากชาอื่นอย่างไร??

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้แตกต่างจากชาอื่นอย่างไร

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ แตกต่างกับชาอู่หลง (ชาจีน) และชาดำ (ชาฝรั่ง) อย่างไร แต่ก่อนผมเองเคยเข้าใจว่าชาแต่ละแบบแตกต่างกันที่สายพันธุ์ของชา แต่จริง ๆ แล้วไม่ว่าจะชาเขียว ชาอู่หลงหรือชาดำนั้นล้วนก็ปลูกมาจากชาต้นเดียวกัน!!!  ชาแต่ละแบบนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของชาที่นำมาผลิตเลย แต่ขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิตให้เป็นชาสำเร็จรูปต่างหาก!! สิ่งที่ทำให้ชาแต่ละชนิดแตกต่างกันเป็นอย่างมากคือ กระบวนการหมักที่ทำให้เกิดปฎิกิริยา Oxidation ของเอนไซม์ที่ชื่อ Polyphenol Oxidase ทำให้เกิดสารประกอบเชิงซ้อนที่ทำให้ชามีสีเหลืองและดำ ซึ่งในกระบวนการผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแท้นั้นจะนำใบชาที่ถูกเด็ดหรือตัดมาสด ๆ จะถูกนำมาผึ่งและเป่าลมให้ใบชาสดใหม่เสมอ และเริ่มกระบวนการผลิตภายในระยะเวลาครึ่งชั่วโมง โดยจะผ่านการ Steaming ด้วยไอน้ำ เพื่อทำลายเอนไซม์ Polyphenol Oxidase และหยุดปฏิกิริยา Oxidation ทำให้ใบชายังคงสีเขียวสดไว้ได้  ต่างจากการผลิตชาอู่หลงหรือชาจีนที่จะต้องผ่านการหมักใบชาเป็นระยะเวลาหนึ่ง (Oxidation Fermented) แล้วค่อยผ่านความร้อน ทำให้ใบชามีสีเหลืองอ่อน ส่วนชาดำจะทำการหมักเพื่อให้เกิดปฏิกิริยา Oxidation อย่างสมบูรณ์ชาดำจึงมีสีน้ำตาลดำ เราสามารถสรุปเป็นกระบวนการผลิตอย่างง่ายได้ตามรูปด้านล่าง

ยอดใบชา-ชาเขียวญี่ปุ่นแท้-ชาดำ-ชาอู่หลง

 

การผลิต-ชาเขียว-ต่างจาก
นอกจากกระบวนการผลิตต่างกันแล้ว มีอะไรที่ต่างกันอีกบ้าง??
เนื่องจากชาเขียวญี่ปุ่นแท้ไม่ผ่านการหมักเลยทำให้ยังคงคุณค่าสารอาหารของใบชาได้เกือบทั้งหมด และยังมีสารสำคัญที่ชื่อ Catechins ซึ่งมีงานวิจัยยืนยันว่า Catechins มีประโยชน์ในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดคอลเรสเตอรอล ช่วยในการเผาผลาญไขมัน ยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง ป้องกันโรคสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์และยังช่วยในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย Catechins นั้นมีมากบนยอดใบชาสด และคงปริมาณได้มากในชาเขียว ส่วนชาอู่หลงและชาดำนั้นเมื่อผ่านกระบวนการหมักจะทำให้เอนไซม์ Polyphenol Oxidase เร่งปฏิกิริยา Oxidation ของ Catechins กลายเป็นสารในกลุ่ม Theaflavins และ Thearubigins ทำให้ในชาเขียวมี Catechins อยู่มากที่สุด รองลงมาเป็นชาอู่หลง และน้อยที่สุดในชาดำ

 

Singha-Park-ไร่บุญรอด-ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

เก็บยอดใบชา

จะเห็นได้ว่าชาเขียวญี่ปุ่นแท้นั้นมีประโยชน์มากมาย คนญี่ปุ่นจะดื่มชาเขียวกันแทนน้ำเปล่าแถมยังให้เด็กดื่มชาเขียวได้ด้วย แม้ว่าชาเขียวจะมีคาเฟอีนอยู่บ้างก็ตาม แต่ปริมาณคาเฟอีนไม่ได้แตกต่างจากที่มีอยู่ในน้ำอัดลมเลย ล่าสุดทางญี่ปุ่นได้มาเปิดโรงงานผลิตชาเขียวในประเทศไทย เป็นการตั้งโรงงานผลิตชาเขียวนอกประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก จุดประสงค์เพื่อผลิตชาเขียวส่งไปขายทั่วโลก เนื่องจากกำลังการผลิตชาเขียวในประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการ ประจวบเหมาะกับรัฐบาลญี่ปุ่นออกมาตรการส่งเสริมการส่งออก ทำให้เป็นโอกาสที่ดีในการหาแหล่งผลิตชาเขียวนอกประเทศญี่ปุ่น ทางบริษัท Maruzen เป็นบริษัทที่ขายและส่งออกชาเขียวได้ทำการสำรวจชาที่ปลูกในประเทศต่าง ๆ และได้เล็งเห็นว่าชาที่ไร่บุญรอดนั้นเป็นชาที่มีคุณภาพดี อยู่ในภูมิประเทศและอากาศที่เหมาะสม ทำให้เกิดความร่วมมือระหว่าง Singha & Maruzen โดยตั้งโรงงานผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ ที่ Singha Park หรือไร่บุญรอดจังหวัดเชียงราย โดยนำเข้าเครื่องจักรจากญี่ปุ่นทั้งหมด มีการควบคุมการปลูกชาและการผลิตโดยคนญี่ปุ่น ภายในโรงงานใช้ระบบการผลิตแบบอัตโนมัติทำให้ใช้คนงานเพียง 5 คนในการผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ ป้อนสู่ตลาดไทยและตลาดโลก สุดยอดไปเลย ^___^

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

กระบวนการผลิต-ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

สำหรับการผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแท้ขั้นแรกเป็นการผึ่งยอดใบชา และเป่าลมเพื่อให้ใบชาสดใหม่อยู่เสมอ จากนั้นจะทำการชั่งน้ำหนักใบชาและฟีดใบชาผ่านสายพานเพื่อ Steaming ด้วยไอน้ำ หลังจากผ่านไอน้ำเพื่อหยุดปฏิกิริยา Oxidation แล้วจะทำการเป่าด้วยลมร้อนให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นจะทำการนวดใบชาให้สารต่าง ๆ ออกมาเคลือบใบชาทำให้สามารถชงเป็นชาได้ง่าย หลังจากการนวดจะผ่านการรีดให้เป็นเส้นและอบให้มีความชื้นไม่เกิน 6%  และจะนำใบชาที่ได้ไปเก็บที่ห้องเย็นเพื่อรอการแปรรูปหรือบรรจุต่อไป ชาเขียวที่ผ่านกระบวนการผลิตแล้วสามารถนำไปแปรรูปหรือใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตชาเขียวแบบต่าง ๆ ได้ ทั้งแบบที่ใส่ในซองเพื่อชงเป็นแก้ว แบบเป็นใบที่ชงในกา หรือจะผ่านกระบวนการบดเป็นผง Matcha หรือนำเข้าโรงงานเพื่อใช้ผลิตเป็นชาขวด ในบล็อกหน้าเรามาดูกันว่าชาที่แปรรูปเสร็จแล้วแตกต่างกันอย่างไรและมีวิธีชงอย่างไร ^__^