รีวิว เที่ยวเขื่อนแก่งกระจานลอยคอกระโดดสะพานแม่น้ำเพชรบุรี ชมทะเลหมอกเขาพะเนินทุ่ง

panoenthung-cover

รีวิว เที่ยวเขื่อนแก่งกระจานลอยคอกระโดดสะพานแม่น้ำเพชรบุรี ชมทะเลหมอกเขาพะเนินทุ่ง

เห็นคนมารีวิวเขาพะเนินทุ่งในแบกเป้เที่ยวใน Facebook แล้วอยากไปมาก อยากไปเห็นทะเลหมอกใกล้กรุงเทพฯ ไม่ต้องไปไกลถึงภาคเหนือ อยากพาน้องใบบัวไปดูทะเลหมอกด้วย เพราะเด็ก ๆ จำไม่ได้ว่าเคยดูทะเลหมอกที่ไหนมั้ย กว่าจะเคยเห็นทะเลหมอกครั้งแรกก็ตอนเรียนปี 3 อายุ 20 ปีไปเห็นที่ภูชี้ฟ้า ครั้งแรกที่เห็นทะเลหมอกนั้นประทับใจมาก ทั้งตื่นตาตื่นใจ ทั้งตื่นเต้น ครั้งนี้เลยไปตั้ง event ไปดูทะเลหมอกโดยมีแพลนจะไปค้างบ้านเพื่อนอยู่ริมแม่น้ำเพชร ตอนเช้าจ้างรถมารับหน้าที่พักตอนตี 4.30 น. และนั่งไปดูทะเลหมอกกัน สาย ๆ ก็กลับ

รีวิว

วันแรกแก๊ปนัดกับเพื่อนให้มารับที่ Lotus พระราม2 ตอน 9 โมงเช้า แล้วไปแวะตลาดมหาชัยซื้อของสดอาหารทะเลสำหรับปิ้งย่างกันสำหรับมื้อเย็น ซื้อปลาหมึกย่างมากินกันบนรถ กว่าจะถึงบ้านเพื่อนก็บ่าย ๆ ก็ลงเล่นน้ำในแม่น้ำเพชรบุรีกัน กิจกรรมที่สุดแสนสนุกนั่นก็คือ การกระโดดจากสะพานสูง 5-6 เมตร ลงมาในแม่น้ำ วันที่ไปน้ำในแม่น้ำขึ้นสูงเพราะเขื่อนปล่อยน้ำออกมาเยอะ จุดที่กระโดดต้องให้เจ้าบ้านชี้จุดเพราะเป็นจุดที่แม่น้ำลึก กระโดดแล้วไม่อันตราย ตอนแรกมองจากข้างล่างก็ไม่ได้ดูสูงเท่าไหร่ คนอื่นโดดก็ไม่ได้น่ากลัว แต่พอเราไปกระโดดเองไปยืนเองนี่สิ มันก็น่ากลัวมากเลยนะ มองลงมาแล้วไม่ค่อยกล้าโดด ยึกยัก ๆ อยู่หลายรอบ สุดท้ายก็กระโดดลงมาจนได้(ก่อนกระโดดต้องเช็คก่อนว่าไม่มีเรือยางหรือคนลอยคอผ่านมานะ) ตอนเย็นย่ำค่ำ ๆ เราก็ปิ้งเผาทำอาหารทะเลกินกันกับเบียร์เล็ก ๆ  น้อย ๆ มีเหล้าปั่นด้วย ก่อนจะหลับไปตอนเที่ยงคืน

อุทยานแห่งชาติ

เขาพะเนินทุ่ง

ตื่นมาตีสี่กว่า ๆ เกือบตีสี่ครึ่ง ต้องลุกมาล้างหน้าแปรงฟัน ไม่นานนักรถก็มารับเพื่อไปเขาพะเนินทุ่ง ทางไกลลมเย็นมาก ๆ ใครไปเที่ยวแบบผมแนะนำให้ใส่ขายาว รองเท้าผ้าใบ เตรียมเสื้อกันลมพร้อมฮู๊ดไปด้วย แก๊ปใส่เสื้อกันหนาวแต่นั่งหลังสุดเลยมันมีลมเย็นมาปะทะบอกได้คำเดียวว่าหนาวมาก ไปกัน 12 คนไม่รวมเด็ก  1 คน กับคนขับอีก 1 คน นั่งหน้า 4 คน หลังอีก 8 คนเสียค่าเข้าอุทยาน 1430 บาทที่ด่านสามยอดรวมทั้งคนทั้งรถ จากด่านสามยอดจะวิ่งไปอีก 32 กิโลเมตรเป็นทางสวนกันได้จะถึงจุดที่สองคือบ้านกร่าง จากบ้านกร่างไปที่เขาพะเนินทุ่งเนื่องจากทางแคบ (แต่ไม่ได้แคบมาก แต่ก็รถสวนกันไม่ได้) เลยมีเวลาปิดเปิดสำหรับการขึ้นลงว่าเวลาไหนเป็นเวลาขึ้น เวลาไหนเป็นเวลาลง โดยกำหนดไว้ดังนี้

เวลาขึ้นเขาพะเนินทุ่ง (จากบ้านกร่าง)
รอบที่ 1 เวลา 5.30 – 17.30 น.
รอบที่ 2 เวลา 13.00-15.00 น.

เวลาลงจากเขาพะเนินทุ่ง
รอบที่ 1 เวลา 9.00 – 10.00 น.
รอบที่ 2 เวลา 16.00-17.00 น.

เขาพะเนินทุ่ง

ระหว่างทางไปเขาพะเนินทุ่งก็ชันมาก ๆ ผ่านลำธารเล็ก ๆ 2-3 รอบ รถที่ขึ้นได้จะเป็นรถกระบะยกสูงหรือรถขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น รถเก๋งห้ามขึ้นโดยเด็ดขาด ทางไม่ได้น่ากลัวหรือแคบอย่างที่คิด เราขึ้นไปถึงจุดชมวิวราว ๆ 7.30 น. ระหว่างทางไม่เจอหมอกเลยก็คิดว่าจะได้เห็นทะเลหมอกรึเปล่า แต่พอไปถึงจุดชมวิวก็เจอความสวยของทะเลหมอก มันยังสวยและอลังการทุกครั้งไม่ว่าจะเจอจากที่ไหน จากจุดชมวิวที่เห็นทะเลหมอกนั้นเป็นทางทิศตะวันตกทำให้เราเห็นพระอาทิตย์อยู่อีกฝั่งนึงไม่สามารถร่วมเฟรมกันได้ คนเยอะและถ่ายรูปเล่นกันสนุก ช่วงใกล้ ๆ 8.30 คนจะเริ่มน้อยลงทำให้ถ่ายรูปได้ง่ายขึ้น เรานัดคนขับรถไว้ที่ศาลาที่มีอาหารขายตอน 9.00 น. เพื่อจะลงจากเขาพะเนินทุ่ง เกือบเที่ยง ๆ เราก็มาถึงที่พักริมแม่น้ำเพชรบุรี คนขับขอค่ารถเพิ่มเนื่องจากเราตกลงกันไว้ที่ 10 คน 1,600 บาท แต่เราไปกัน 12 คน คนขับเลยขอเพิ่มอีก 400 บาทเป็น 2,000 บาท พวกเราก็จ่ายไปอย่างว่าง่าย รวมกับค่าขึ้นแล้วเป็น 3,430 บาท หารออกมาตกคนละ 286 บาท ตกเย็นเราก็เช่าเสื้อชูชีพและรถให้ไปส่งที่เขื่อน และลอยคอตามแม่น้ำเพชรบุรีจนถึงบริเวณที่พักเราก็รีบขึ้นฝั่งอาบน้ำอาบท่าเก็บของเตรียมกลับกรุงเทพฯ กัน

เขื่อน

เขื่อนแก่งกระจานเที่ยว

เพชรบุรี

ก่อนจะกลับกรุงเทพฯ เราก็ขึ้นไปที่เขื่อนแก่งกระจานอีกสักรอบ เพื่อถ่ายรูปเก็บความประทับใจกลับบ้านแบบเต็มกระบุง ว่ากันว่ามาแก่งกระจานต้องมาดูพระอาทิตย์ตกถ้าไม่ได้มาดูพระอาทิตย์ตกเหมือนมาไม่ถึง แต่ตอนเรามาถึงพระอาทิตย์ก็หลบอยู่หลังหมู่มวลเมฆซะแล้ว ถ่ายรูปกันเสร็จก็กลับกรุงเทพฯกัน แก๊ปกลับถึงบ้านตอนประมาณ 22.30 น. ก็เหนื่อยหลับเตรียมไปทำงานวันรุ่งขึ้น จบไปแล้วกับรีวิว ทริปเที่ยวเขื่อนแก่งกระจานลอยคอกระโดดสะพานแม่น้ำเพชรบุรี ชมทะเลหมอกเขาพะเนินทุ่ง ส่วนทริปหน้าเราจะไปเที่ยวที่ไหน คอยติดตามกันอีกทีนะครับ

แก่งกระจาน