10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับดอกซากุระ

sakura-cover

10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับดอกซากุระ

ตลอดเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน ตอน social media ต่าง ๆ มักจะเต็มไปด้วยรูปภาพของต้นซากุระและดอกซากุระ เพราะถือว่าเป็นช่วง high season ของการท่องเที่ยวของญี่ปุ่นเลย สำหรับใครอยากจะไปเที่ยวชมซากุระถ้าปีนี้ไม่ทันแนะนำให้ไปปีหน้า จองตั๋วเครื่องบินและที่พักแต่เนิ่น ๆ เพราะตั๋วเครื่องบินและที่พักจะเต็มเร็วมาก สำหรับใครอยากเที่ยวแบบมีข้อมูลไปหน่อย ไปชมซากุระแบบได้ความรู้เรามี 10 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับซากุระมาฝากกัน

ดอกซากุระ

1.ซากุระ เป็นชื่อสามัญแต่ไม่ได้เป็นดอกไม้ประจำชาติของประเทศญี่ปุ่น ดอกไม้ที่รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศให้เป็นดอกไม้ประจำชาตินั้นคือดอกเก็กฮวย(ดอกเบญจมาศ)
2.ซากุระถูกใช้เป็นชื่อตัวละคร ตัวการ์ตูน หรือถูกใช้เปรียบเปรยในบทกวีต่าง ๆ อย่างมากมาย เพราะดอกซากุระมีความเฉพาะตัวที่บานไม่นานและเวลาร่วงก็จะร่วงพร้อมกันทั้งหมด
3.ต้นซากุระมีถิ่นกำเนิดจากจีนตอนใต้ เกาะไต้หวัน หมู่เกาะโอกินาวา แต่ต้นซากุระนั้นมีอยู่ในหลาย ๆ ประเทศมาก ๆ นอกจากที่ญี่ปุ่นแล้วยังมีทั้งในประเทศ เกาหลี แคนนาดา สหรัฐ จีน
4.ที่น่าแปลกที่สุดคือ เมืองที่มีต้นซากุระมากที่สุดไม่ใช่เมืองในประเทศญี่ปุ่น แต่กลับเป็นเมือง Macon รัฐ Georgia ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีต้นซากุระมากกว่า 300,000 ต้นแหนะ
5.ดอกซากุระในประเทศญี่ปุ่นส่วนมากจะบานในช่วงเดือนมีนาคมถึงเดือนเมษายน ซึ่งจะบานในช่วงเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิช่วงที่อากาศหนาวเรื่มจางลงพร้อมกับความอบอุ่นที่เข้ามาแทนที่ ซึ่งเป็นฤดูแห่งการเริ่มต้น เปิดเทอมใหม่ เริ่มเข้าทำงาน ก็เริ่มในต้นเดือนเมษายนเช่นกัน ดอกซากุระจะเริ่มบานตั้งแต่เดือนกุมภาพันธุ์จากทางใต้ไล่ขึ้นไปทางเหนือ ตามสภาพภูมิอากาศที่อบอุ่นจากทางใต้ไล่ขึ้นมาทางเหนือ ทำให้มีช่วงชมซากุระตามแต่ละภูมิภาคให้ได้ท่องเที่ยวกันอย่างมากมาย
6. ฮานามิ (花見 แปลว่า การชมดอกไม้ ) เป็นประเพณีการชมความงามของดอกไม้โดยเฉพาะดอกซากุระเพื่อความเพลิดเพลินมีมานานมากกว่าพันปีโดยเริ่มต้นจากชนชั้นสูง ฮะนะมิจะถูกจัดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งกลับกันกับเทศกาลโมมิจิกะริ (紅葉狩り) ที่จัดขึ้นในฤดูใบไม้ร่วง นอกจากนี้ยังมีธรรมเนียมหนึ่งของฮะนะมิที่เก่าแก่กว่าการชมซากุระ นั่นคือการฉลองการบานของดอกพลัม (梅 – อุเมะ) ซึ่งยังคงปฏิบัติกันในญี่ปุ่น โดยเฉพาะในหมู่ผู้สูงอายุ ผู้ต้องการความสงบเงียบมากกว่าการฉลองการบานของซากุระ
7.ดอกซากุระเมื่อบานสะพรั่งเมื่อผ่านไปราว 1 สัปดาห์หลังจากดอกช่อแรกเริ่มบาน และเพียงไม่กี่อาทิตย์ดอกซากุระก็จะร่วงพร้อมกันทั้งหมด ซากุระจึงเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นทหารและวิถีความเป็นบูชิโดของญี่ปุ่น
8. คำว่า “ซากุระ” ในภาษาญี่ปุ่นนั้น เชื่อกันว่ากร่อนมาจากคำว่า “ซะกุยะ” (咲耶 หมายถึง ผลิบาน) อันเป็นชื่อของเทพธิดา โคโนฮะนะซะคุยาฮิเม (木花之開耶姫) ในเทพปกรณัมของญี่ปุ่น มีศาลบูชาของพระองค์อยู่บนยอดเขาฟูจิด้วย สำหรับพระนามของเทพธิดาองค์ดังกล่าวนั้น มีความหมายว่า “เจ้าหญิงดอกไม้บาน” และเนื่องจากซากุระเป็นดอกไม้ที่นิยมกันมากในญี่ปุ่นสมัยนั้น คำว่าดอกไม้ดังกล่าวจึงหมายถึงดอกซากุระนั่นเอง เทพธิดาองค์ดังกล่าวได้รับพระนามเช่นนั้น ก็เพราะมีเรื่องเล่ามาว่าทรงตกจากสวรรค์ มาบนต้นซากุระ ดังนั้น ดอกซากุระจึงถือเป็นตัวแทนของดอกไม้ญี่ปุ่น
9.ต้นซากุระเป็นพืชตระกูลเชอรี่ ดังนั้นผลที่ได้ก็มีลักษณะเป็นลูกเชอรี่ แต่รสชาติเปรี้ยวอย่าบอกใครเชียว จึงไม่นิยมทานลูกเชอรี่ที่มาจากต้นซากุระกัน และที่สำคัญที่ญี่ปุ่นนั้นเน้นดอกซากุระเป็นหลัก จึงคัดสายพันธุ์มาแล้ว ไม่ค่อยมีลูกให้เห็นเท่าไหร่
10.ต้นซากุระมีหลากหลายสายพันธุ์มาก ๆ ทำให้มีดอกซากุระหลายแบบ แต่ที่นิยมชมชอบกันเห็นจะเป็นซากุระแบบ 5 กลีบเพราะดูเรียบง่ายแต่สวยงาม ดอกซากุระแต่ละสายพันธุ์ก็มีกลีบไม่เท่ากัน บางสายพันธุ์มี 5 กลีบ 10 กลีบ 20 กลีบ มีบางสายพันธุ์มีถึง 100 กลีบเลยนะ สีของกลีบดอกก็ไม่เหมือนกันอีก มีทั้งสีขาว สีชมพูอ่อน ชมพูเข้ม

osaka

หลาย ๆ เรื่องอาจจะเป็นเรื่องที่รู้กันอยู่แล้วเกี่ยวกับซากุระ แต่ก็มีหลายข้อที่น่าแปลกใจเหมือนกันนะ ไม่น่าเชื่อว่าแค่ซากุระจะมีประวัติหรือเรื่องเล่า มี story อะไรขนาดนี้ ว่าแล้วก็อยากจะชิมผลเชอรี่ของต้นซากุระสักครั้งเหมือนกันนนะ ในช่วงเดือนมีนาคมเมษายนก็ยังมีสินค้าที่มีส่วนผสมจากดอกซากุระออกมาอย่างมากมายให้ได้ชิมหรือมีแพ็คเกจสวย ๆ แบบ Limited Edition ให้สะสมกันด้วย ว่าแล้วขอวางแผนไปเที่ยวชมซากุระก่อนครับ ไว้เจอกันใหม่คราวหน้าวันนี้สวัสดีครับ (แหม่ ทำอย่างกับรายการทีวี เวอร์เชียว)