เรือเร็วฟอร์มูล่าถูกออกแบบอย่างไรถึงเร่งความเร็วจาก 0 เป็น 160 kphได้ภายใน 4 วินาที

เรือเร็วฟอร์มูล่าถูกออกแบบอย่างไรถึงเร่งความเร็วจาก 0 เป็น 160 kphได้ภายใน 4 วินาที

สุดยอดความเร็วในสนามแข่งแบบทางเรียบคงต้องยกให้รถฟอร์มูล่าวัน สุดยอดความเร็วบนผืนน้ำก็คงต้องยกให้เรือฟอร์มูล่าวัน เรือที่ถูกออกแบบให้วิ่งได้เร็วสุด ๆ ด้วยเทคโนโลยีและการออกแบบให้เรือมีน้ำหนักเบา มีสมดุลแบบไดนามิคที่ดี(สมดุลที่เกิดขึ้นเมื่อมีการเคลื่อนไหว) มีส่วนสัมผัสกับน้ำที่น้อยทำให้เกิดแรงต้านน้อยและอัตราเร่งสูง สามารถทำควาเร็วจาก 0 เป็น 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาแค่ 4 วินาที และทำความเร็วได้มากกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเลยทีเดียว เรือเร็วฟอร์มูล่ายังแบ่งประเภทการแข่งตามขนาดของเครื่องยนต์และความยาวของเรือ เป็นเรือเร็วฟอร์มูล่า4 3 2 และ 1 โดยยิ่งตัวเลขยิ่งน้อยขนาดเครื่องจะยิ่งใหญ่ขึ้นและมีความเร็วมากขึ้นเรือเร็วฟอร์มูล่า1

สำหรับประเทศไทยนั้นมีสมาคมกีฬาเรือเร็วแห่งประเทศไทย หรือ TPBA(Thailand Powerboat Association) เป็นผู้กำกับ โดยมีกีฬาที่อยู่ในการกำกับดูแล ดังนี้
1.Formula Powerboat
1.1Formula1 Powerboat ผลิตด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์และเคฟล่าร์เพื่อให้เรือเบาแต่มีความแข็งแรงสูงเป็นเรือ 2 ท้อง ตัวเรือมีน้ำหนักเรือรวมเครื่องยนต์ประมาณ 500 กิโลกรัม  เฉพาะเครื่องยนต์หนักประมาณ 120 กิโลกรัมเป็นเครื่องยนต์ 6 สูบ 2จังหวะ ให้กำลังสูงถึงกว่า 400 แรงม้า ที่ 10,500 รอบต่อนาที ความยาวไม่ต่ำกว่า 5.1 เมตร สามารถทำความเร็วจาก 0-160กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้มากกว่า 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงformular1
1.2Formula4 Powerboat ใช้วัสดุเช่นเดียวกันกับเรือเร็วฟอร์มูล่า1 แต่มีขนาดที่เล็กกว่า ยาวเพียง 4.2 เมตร หนัก 350 กิโลกรัม เครื่องยนต์ 4 สูบให้กำลัง 60 แรงม้า 4 จังหวะ ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเรือเร็วฟอร์มูล่า4
1.3Formula550 Powerboat(ในต่างประเทศเรียก class : S-550) เป็นขั้นเริ่มต้นของการแข่งเรือเร็วแบบ Formula ถ้าเป็นรถแข่งก็เปรียบเสมือนการแข่งรถ Cart ตัวเรือเป็นแบบ 2 ท้องเช่นเดียวกันกับเรือ Formula1 และ Formula4 แต่จะยาวเพียง 12 ฟุตหรือ 3.6 เมตร ตัวเรือทำด้วยไฟเบอร์ เครื่องยนต์ 2 จังหวะ 2 สูบ ขนาด 40 แรงม้า ทำความเร็วสูงสุดได้ประมาณ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

s550
credit: https://www.facebook.com/notes/สมาคมกีฬาเรือเร็วแห่งประเทศไทย/

2.Speed Boat   เป็นการแข่งขันเรือเร็วท้อง V เครื่องเกาะท้ายเรือ ความยาวหัวจรดท้ายไม่ต่ำกว่า 16.5 ฟุต ความกว้างท้องเรือไม่ต่ำกว่า 1.3 เมตร ความสูงท้องเรือถึงกราบข้างไม่ต่ำกว่า 35 ซม. มีคนขับและคนนั่งรวม 2 คนนั่งซ้ายและขวา แข่งขันด้วยเครื่องยนต์ 2 สูบขนาด 40 แรงม้า

speedboat
credit: https://www.facebook.com/notes/สมาคมกีฬาเรือเร็วแห่งประเทศไทย/

อ่านเพิ่มเติม “เรือเร็วฟอร์มูล่าถูกออกแบบอย่างไรถึงเร่งความเร็วจาก 0 เป็น 160 kphได้ภายใน 4 วินาที”

10 เหตุผลที่นักแข่งมอเตอร์สปอร์ตเริ่มต้นจากโกคาร์ท

10 เหตุผลที่นักแข่งมอเตอร์สปอร์ตเริ่มต้นจากโกคาร์ท

นักแข่งรถมอเตอร์สปอร์ตทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศหลาย ๆ คนก็เริ่มต้นจาการขับโกคาร์ท อาทิ คุณต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี คุณพีท ทองเจือ คุณนานา ไรบีนา หรืออย่างนักแข่ง Formular One(F1) อดีตแชมป์หลายสมัยชื่อดังอย่าง Michael Shumacher ก็เริ่มต้นจากการขับโกคาร์ทตั้งแต่อายุเพียง 4 ขวบเท่านั้น นักแข่งมอเตอร์สปอร์ตปัจจุบันหลาย ๆ คนยังไปขับโกคาร์ทอยู่เรื่อย ๆ แล้วทำไมนักแข่งเหล่านี้ถึงได้เริ่มต้นการเป็นนักแข่งที่มาจากการขับโกคาร์ท และนี่คือ 10 เหตุผลที่นักแข่งมอเตอร์สปอร์ตเริ่มต้นจากโกคาร์ท

หมวกกันน็อค

ชุดแข่งรถ

1.ความปลอดภัย การขับโกคาร์ทนั้นมีความปลอดภัยสูงเพราะรถโกคาร์ทนั้นมีจัดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ มีฐานกว้างมีน้ำหนักมากพอ ทำให้รถโกคาร์ทนั้นแทบจะไม่มีทางคว่ำได้เลย และในปัจจุบันยังมีกันชนอยู่รอบทั้งคัน ความเร็วที่ใช้ไม่มากจนเกิดอันตรายเพราะส่วนมากขับในพื้นที่ไม่กว้างมาก สนามจะใช้ยางหรือพลาสติคกั้นขอบทาง ทำให้เมื่อหลุดโค้งจะมีตัวคอยซับแรง และขณะเล่นยังต้องมีอุปกรณ์ไว้เซฟตัวเองอีกทั้งหมวกกันน็อค รองเท้าหุ้มส้น ชุดแข่ง
2.เด็ก ๆ สามารถขับได้ รถโกคาร์ทมีหลายขนาด ทั้งขนาดของรถและขนาดของเครื่องยนต์ในการขับขี่ เด็ก ๆ วัยตั้งแต่ 7-8 ขวบขึ้นไปหรือมีความสูงไม่ต่ำกว่า 120 เซนติเมตรก็สามารถขับได้แล้ว รถโกคาร์ทสามารถบังคับได้โดยง่ายเพราะมีแค่คันเร่งและเบรค ใช้การบังคับโดยเท้าซ้ายเป็นเบรค เท้าขวาเป็นคันเร่ง และบังคับพวงมาลัยเท่านั้นเอง เด็ก ๆ เมื่อได้ขับจะเป็นการฝึกสมาธิ ฝีกการตัดสินใจ ได้เรียนรู้ในการทำตามกฎกติกาซึ่งเป็นพื้นฐานให้มีวินัยในการจราจรอีกด้วย ตัวอย่างของนักแข่ง F1 ที่เริ่มต้นจากโกคาร์ทเช่น Michael Shumacher เริ่มจากการขับโกคาร์ทตั้งแต่อายุแค่ 4 ขวบเท่านั้นเอง อ่านเพิ่มเติม “10 เหตุผลที่นักแข่งมอเตอร์สปอร์ตเริ่มต้นจากโกคาร์ท”

ระเบิดศึกความมันส์ฟุตบอล 7 คนกับ SINGHA FOOTBALL LEAGUE พาคู่ชิงชนะเลิศไปแข่งที่สนามแสตมฟอร์ด บริดจ์

ระเบิดศึกความมันส์ฟุตบอล 7 คนกับ SINGHA FOOTBALL LEAGUE พาคู่ชิงชนะเลิศไปแข่งที่สนามแสตมฟอร์ด บริดจ์

ใครที่เป็นแฟนฟุตบอลคงมีความใฝ่ฝันที่จะไปเชียร์ฟุตบอลถึงขอบสนาม แต่บริษัทสิงห์จัดให้อย่างยิ่งใหญ่ด้วยการไปลงเล่นชิงชนะเลิศฟุตบอลสมัครเล่นในสนามเหย้าของเชลซี แต่แก๊ปดันเล่นฟุตบอลไม่เก่งซะด้วยสิและที่สำคัญเค้าแข่งจนได้ 32 ทีมสุดท้ายแล้ว บริษัท สิงห์ คอร์เปอรชั่น จำกัด จัดงานแถลงข่าวระเบิดศึกความมันส์ฟุตบอลสมัครเล่น 7 คนกับโครงการ SINGHA FOOTBALL LEAGUE 2015-2016 รอบ 32 ทีมสุดท้าย จากทีมที่เข้าร่วมทั้งหมดกว่า 20,000 ทีม นักเตะที่เข้าร่วมมากกว่า 200,000 คน โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการสนามฟุตบอลหญ้าเทียมกว่า 500 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเฟ้นหาสุดยอดทีมฟุตบอลสมัครเล่นสองทีมไปเชียร์ฟุตบอล เชลซี vs เลสเตอร์ และแข่งขันชิงชนะเลิศกันที่สนามแสตมฟอร์ด บริดจ์สนามเหย้าของทีมสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี

singha

สิงห์

ฟุตบอล 32 ทีมสุดท้าย

สำหรับการระเบิดศึกความมันส์กับ 32 ทีมสุดท้าย จัดแข่งขันในรอบสุดท้ายในวันที่ 12 มีนาคม 2559 ที่สนามแกรนด์ ซอคเกอร์ โปร กรุงเทพมหานคร เริ่มแข่งเวลา 9.00 น.เป็นต้นไป โดยจะแข่งในระบบแบ่งสายเป็น 4 สาย สายละ 8 ทีมในระบบน็อคเอาท์แพ้คัดออกเพื่อหาคู่ชิงชนะเลิศบินลัดฟ้าไปยังไปแข่งรอบชิงชนะเลิศที่สนามแสตมฟอร์ด บริดจ์ประเทศอังกฤษ รวมมูลค่ารางวัลทั้งสิ้นกว่า 5,000,000 บาท อ่านเพิ่มเติม “ระเบิดศึกความมันส์ฟุตบอล 7 คนกับ SINGHA FOOTBALL LEAGUE พาคู่ชิงชนะเลิศไปแข่งที่สนามแสตมฟอร์ด บริดจ์”

การเริ่มต้นออกกำลังกายด้วยการขี่จักรยาน

การเริ่มต้นออกกำลังกายด้วยการขี่จักรยาน

การเริ่มต้นออกกำลังกายด้วยการขี่จักรยาน สำหรับคนที่ไม่เคยออกกำลังกายเลยเป็นเรื่องยากมาก ๆ ที่วันนึงจะลุกขึ้นมาออกกำลังกาย ข้ออ้างหรือเหตุผลสำหรับการไม่ออกกำลังกายมีล้านแปด ทั้งแดดร้อน ไม่มีลม พรุ่งนี้แล้วกัน ไม่มีเพื่อนออกกำลังกาย ไม่มีที่ออกกำลังกาย เสียเวลา ขาดแรงบันดาลใจ โอ๊ยเยอะ ผมว่าทุกคนก็คงเคยมีอารมณ์ประมาณนี้กัน ผลัดวันประกันพุ่ง สิ่งแวดล้อมไม่อำนวย ต้องรอปัจจัยภายนอกมาบังคับให้เราออกกำลังกาย อย่างการมีโรคภัยไข้เจ็บ น้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นทุกวัน ๆ

สุดท้ายเมื่อมีเหตุเหล่านี้เกิดขี้นเราก็จะหันมาออกกำลังกายเองโดยปริยายแต่กว่าจะออกกำลังกายก็เกือบจะสายเกินไปหรือสายเกินไปเสียแล้ว เพราะร่างกายได้เตือนผ่านทางโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ทั้งน้ำหนักตัวที่มาก ความดันที่สูง น้ำตาลสูง ไขมันสูง เหนื่อยง่าย แต่การเริ่มต้นเราเริ่มได้ทุกวัน 

เริ่มวันนี้เลย อ่านจบปุ๊บออกไปออกกำลังกายเลย การที่มีข้ออ้างต่าง ๆ จะทำให้เราไม่ยอมทำอะไรเลย ถ้าถามผมคำเดียวสั้น ๆ ท่องไว้ทุกวัน “เพื่อสุขภาพที่ดี” ท่องไว้แค่นี้ เพราะต่อให้ออกกำลังกายแล้วเราไม่เห็นผลผ่านทางน้ำหนัก ผ่านทางด้านอื่น ๆ  แต่สุขภาพเราดีขึ้นแน่นอน ไม่มีคนวิ่งด้วยไม่มีคนขี่จักรยานด้วยแต่ถ้าเราคิดถึงสุขภาพที่ดีเราต้องออกไปออกกำลังกายแน่นอน

ช่วงการเริ่มต้นเป็นอะไรที่ยากที่สุด แต่ถ้าคุณออกกำลังกายถึงจุด ๆ หนึ่ง ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขทำให้คุณเสพติดการออกกำลังกาย ถ้าวันไหนไม่ได้ออกกำลังกายอาจจะมีการหงุดหงิดเล็กน้อย แต่ถ้าคุณออกกำลังกายทุกวันร่างกายจะสดชื่น กระปรี้กระเปร่า โลกจะสดใสไปทั้งวัน

แล้วจะเริ่มต้นออกกำลังกายด้วยอะไรดี? ผมขอแนะนำ การเริ่มต้นออกกำลังกายด้วยการขี่จักรยานเพราะการขี่จักรยานไม่ทำร้ายขาและเข่าของเรามากเกินไปนัก ทั้งยังสามารถไปได้ไกล ๆ ได้ดูบรรยากาศตามที่ต่าง ๆ  ทำให้เราไม่เบื่อที่จะออกกำลังกาย หลาย ๆ ที่เราไม่สามารถไปได้โดยรถสาธารณะหรือรถยนต์ส่วนตัวแต่เราสามารถไปได้โดยรถจักรยาน จักรยานจะช่วยเปิดโลกใกล้ตัวเราให้กว้างกว่าเดิม จักรยานมีค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงมากนักทั้งยังช่วยในการเดินทางได้ด้วย แต่จักรยานมีหลายแบบมาก ๆ เลยแล้วเราจะเลือกยังไงดี ปัญหาแบบนี้มีในทุกคนที่เริ่มต้นออกกำลังกายด้วยการขี่จักรยาน ผมให้วิธีการเลือกจักรยานไว้ดังนี้ครับ

1.ถ้าต้องการออกกำลังกายด้วยการขี่จักรยานอยู่กับที่ อาจจะเพราะอยากปั่นไปด้วยดูหนังไปด้วย ผมแนะนำให้ซื้อจักรยานที่เป็นอุปกรณ์ฟิตเนสไปเลย หรือหากอยากใช้เดินทางด้วยก็สามารถซื้อจักรยานที่ใช้เดินทางอย่างจักรยานพับ จักรยานเสือหมอบ จักรยานเสือภูเขา แล้วนำมาวางบนเทรนเนอร์เพื่อปั่นอยู่กับที่ก็ได้

2.หากต้องการเดินทางไปด้วยออกกำลังกายไปด้วย อาทิขี่จักรยานไปทำงานระยะพอสมควร อันนี้ผมแนะนำให้ทำการสำรวจเส้นทางว่าเป็นอย่างไร ถ้าเป็นเส้นทางไม่ขรุขระ การจราจรโล่ง ทำความเร็วได้ อาจจะเลือกจักรยานเสือหมอบ แต่หากทางขรุขระ การจราจรติดขัด อาจจะเลือกจักรยานเสือภูเขา เพราะเดินทางได้นิ่มนวลกว่า

3.หากต้องการพกพาไปที่ต่าง ๆ ได้ง่าย เหนื่อยก็ยกขึ้นรถ ขึ้นรถไฟฟ้า รถไฟฟ้าใต้ดิน รถเมล์ อันนี้ผมแนะนำเลยให้ใช้จักรยานพับ เพราะพกพาสะดวก ปัจจุบันจักรยานพับก็มีรูปแบบการพับที่หลากหลาย

4.หากต้องการปั่นแถวบ้านไม่ไกลมาก ใช้จ่ายตลาดด้วย อันนี้จักรยานแม่บ้านเลยครับ จักรยานแม่บ้านก็ใช้ออกกำลังกายได้นะครับ การออกกำลังกายจริง ๆ แล้วทำได้ทุกที่ทุกเวลา

 

 

สำหรับคนที่ออกกำลังกายเพราะอยากลดน้ำหนักหรือไม่มีเวลาออกกำลังกายเลยต้องอ่านเลยครับย่อหน้านี้ เรื่องการออกกำลังกายด้วยการขี่จักรยานเพื่อลดความน้ำหนักเราต้องทำควบคู่กับการกินอาหารที่เหมาะสมครับ กินให้น้อยกว่าที่ใช้ ปั่นจักรยานให้ได้ระยะทางที่เหมาะสม อาจจะสัก 20-30 จนไปถึง 60 หรือ 100 กิโลเมตรต่อวันก็ได้ ถ้ามีเวลา  อย่างผมแต่ก่อนไม่มีเวลาออกกำลังกายเลย บ้านกับที่ทำงานอยู่ห่างกัน 20 กิโลเมตร ต้องนั่งวินมอเตอร์ไซค์ต่อสองแถว ต่อรถตู้ไปทำงาน กว่าจะเดินทางไปถึงกว่าจะเดินทางกลับ แต่ละเที่ยวใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง ผมลอง การเริ่มต้นออกกำลังกายด้วยการขี่จักรยาน เอาจักรยานมาปั่นไปทำงาน เฮ้ย! ใช้เวลาแค่ 1 ชั่วโมงเอง ไวกว่าอีก ค่ารถก็ไม่เสียประหยัดไปได้กว่าเดือนละ 2000 บาท จากนั้นก็ขี่จักรยานไปทำงานตลอด ถ้าเราคำนึงถึงคำว่าสุขภาพดี เราจะหาทางออกกำลังกายเอง เราจะหาเวลาไปออกกำลังกายเอง ไม่ต้องมีใครบังคับหมดข้ออ้างทั้งล้านแปดนั้น อ่อที่สำคัญอย่าลืมกินให้น้อยกว่าที่ใช้นะครับ เลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ ไม่มันไม่แป้งเยอะจนเกินไป อย่ากินมื้อดึก ให้กินมื้อเย็นเป็นผลไม้ ^__^

 

 

สุดท้ายครับ ฝากไว้สำหรับคนที่วันนี้ยังไม่ยอมออกกำลังกายไม่ว่าจะเพราะเหตุใดก็ตาม “หากวันนี้เรายังไม่ออกกำลังกายเพราะต้องเสียเงิน เสียเวลา วันนึงคุณจะต้องจ่ายทั้งเงินและเวลามากกว่าที่คุณต้องใช้เงินและเวลาในการออกกำลังกาย” ดังนั้นมา เริ่มต้นการออกกำลังกายด้วยการขี่จักรยาน กันเถอะครับ ข้ออ้างล้านแปดนั่นเลิกอ้างได้แล้ว ลุกเลย ตอนนี้เลย ไปออกกำลังกายกัน ^_____^

รายละเอียดค่าบริการเอาจักรยานขึ้นรถไฟเที่ยวแบบเหมาขบวน

รายละเอียดค่าบริการเอาจักรยานขึ้นรถไฟเที่ยวแบบเหมาขบวน

ต่อไปนี้การนำจักรยานไปเที่ยวต่างจังหวัดแบบกลุ่มจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นจักรยานเสือหมอบหรือจักรยานเสือภูเขา เพราะการรถไฟฯดัดแปลงรถนั่งชั้น 3 ชนิดโถง หมายเลข 507 (บชส.507) เป็นรถสำหรับบรรทุกจักรยานขนาดบรรจุจักรยานได้ 30 คันและมีที่ให้นั่งสำหรับโดยสารด้วย สำหรับรายละเอียดค่าบริการเอาจักรยานขึ้นรถไฟเที่ยวแบบเหมาขบวนนั้นคิดแบบเหมาตามระยะทาง โดยคิดรวมค่าโดยสารแล้ว อัยยะ! ข้อดีของการเหมาขบวนแบบนี้คือไม่ต้องกลัวว่าขบวนสัมภาระจะเต็ม ผมว่าช่วงนี้กระแสจักรยานกำลังมาแรงน่าจะมีหลาย ๆ บริษัทที่คิดทำแคมเปญโฆษณาโดยการท่องเที่ยวลูกผสมจักรยานและรถไฟ คงจะสนุกน่าดู หรือชมรมไหนสนใจก็ลองติดต่อสอบถามเพิ่มเติมที่การรถไฟได้เลยครับ ที่เบอร์ 02-226-4869 หรือ 02-621-8701 ต่อ 5202 หรือสายด่วนการรถไฟ 1690

สำหรับคนที่เดินทางโดยรถไฟแต่อยากนำจักรยานไปด้วยแบบไม่กี่คนไม่กี่คัน อาจจะใช้วิธีเสียค่าระวางแล้วนำจักรยานขึ้นขบวนสัมภาระแทน โดยเสียค่าบริการสัมภาระจำนวน 90 บาท แต่ถ้าจ่ายบนรถไฟอาจจะเป็น 100 บาท โดยต้องจ่ายแยกกับค่าโดยสารต่างหากอีก ดังนั้นหากรวมกลุ่มเที่ยวเป็นกลุ่มใหญ่ ๆ สัก 30 คนได้ การเช่ารถไฟแบบเหมาขบวนจะเป็นการดีกว่า ซึ่งขณะนี้เป็นโครงการนำร่อง ทางการรถไฟฯ มีแผนจะดัดแปลงรถเพิ่มเติมในโอกาสต่อ ๆ ไป สำหรับชาวจักรยานก็รอลุ้นกันไปว่าจะมีบริการอะไรเพิ่มเติมอีกหรือไม่ สำหรับผมจะดีมากเลยถ้าดัดแปลงให้เป็นตู้แอร์ด้วย ^___^

งานจักรยาน Bicycle Show SEACON BANGKAE

งานจักรยาน Bicycle Show SEACON BANGKAE

งาน Bicycle Show SEACON BANGKAE จะมีงานตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค. – 1 มิ.ย. 57 ที่ลานซีซั่น ชั้น 1

เมื่อมาถึง ซีคอนบางแค(SEACON BANGKAE) จะมีที่ฝากจักรยานไว้ที่ลานหน้าห้างเลย โดยจะมีบัตรฝากและคนดูแลจักรยานให้ หากจักรยานไม่มีขาตั้งก็สามารถนำมาแขวนได้ โดยคนที่นำจักรยานออกต้องมีบัตรและมีการลงทะเบียนไว้เท่านั้น หรือใครจะจูงจักรยานเข้าไปในห้างเลยก็ยังได้

ภายในงานจะมีรถจักรยานหลากหลายยี่ห้อให้เราเลือกซื้อเลือกชมกัน ตั้งแต่จักรยานเด็ก จักรยานแม่บ้าน จักรยานพับ จักรยานเสือภูเขาไปถึงจักรยานเสือหมอบรุ่นโปรมากมาย มีของเกี่ยวกับจักรยานทั้งไฟติดรถ ชุดเกียร์ ตีนผี สับเกียร์ ชุดจักรยาน กางเกงจักรยาน เสื้อทีมต่าง ๆ ให้เลือกซื้อเลือกหากันพอควร