พิธีชงชาแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ เกี่ยวข้องกับวินัยของคนญี่ปุ่นอย่างไร

พิธีชงชาแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ เกี่ยวข้องกับวินัยของคนญี่ปุ่นอย่างไร

จากบล็อกก่อน ๆ หน้านี้ หลาย ๆ คนคงจะรู้กันแล้วว่าชาเขียวญี่ปุ่นแท้ เหมือนหรือแตกต่างจากชาดำ(ชาฝรั่ง)หรือชาอู่หลง(ชาจีน)อย่างไร หรือ Green Tea แตกต่างจาก Matcha อย่างไร แต่ครั้งนี้เราจะมาเจาะลึกพิธีชงชาในแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ว่ามีนัยยะหรือความหมายแฝงอะไรบ้าง ซึ่งในพิธีชงชาของญี่ปุ่นนั้นจะแฝงข้อคิดและปรัชญาต่าง ๆ ไว้อย่างมากมาย ทำให้เราเข้าใจได้เลยว่าที่คนญี่ปุ่นมีวินัยอย่างทุกวันนี้เค้าถูกสอนมาอย่างไร ทำอย่างไร เพื่อนผมเคยเล่าว่าเคยคุยกับคนญี่ปุ่นและถามคนญี่ปุ่นว่า การที่คนญี่ปุ่นนั้นมีวินัยเป็นอย่างมากนั้นเป็นเพราะอะไร คำตอบที่ได้นั้นเรียบง่ายมาก ๆ ก็เพราะตอนเป็นเด็กมีผู้ใหญ่ทำให้ดูน่ะสิ แล้วเราทุกวันนี้หละ เราได้สอนหรือได้ทำอะไรให้เด็ก ๆ ดูไว้บ้าง!!! เมื่อไม่นานมานี้แก๊ปเองได้เข้าอบรมสัมนาเกี่ยวกับ Total Productive Management(Maintenance) หรือที่เรียกกันย่อ ๆ ว่า TPM อาจารย์วิทยากรได้บอกว่า การที่จะให้คน ๆ นึงเปลี่ยนสิ่งที่เคยทำมานานได้นั้น เราไปพูดให้เค้าเปลี่ยน เค้าก็คงไม่เปลี่ยน แต่สิ่งที่จะทำให้เปลี่ยนได้ก็คือ การเปลี่ยนแปลงบรรยากาศโดยรอบให้ต่างไปจากเดิม ถ้าเราอยากให้คนที่ทำงานกับเครื่องจักรดูและเครื่องจักรให้สะอาด แต่กำแพงและพื้นรวมถึงบรรยากาศโดยรอบยังเปื้อนไปด้วยน้ำมัน เค้าก็คงไม่อยากดูแลทำความสะอาดเครื่องจักร ถ้าเราอยากให้เค้าดูและทำความสะอาดเครื่องจักรเราต้องช่วยกันทำบรรยากาศโดยรอบให้สะอาดสดใสเสียก่อน ดังนั้นการเป็นผู้นำในการทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยการกระทำมีค่ามากกว่าคำสอนพันคำ พูดให้รู้หรือจะสู้ทำให้เห็น สังคมญี่ปุ่นก็เช่นกัน เค้าทำให้เด็ก ๆ ดูและต่อเนื่องกันมาอย่างยาวนาน บรรยากาศทั้งหมดในญี่ปุ่นมีระเบียบวินัยอยู่ในกรอบ คนที่อยู่นอกกรอบจะถูกมองว่าไม่ดี พิธีชงชาแบบญี่ปุ่นนั้นมีนัยยะหรือแฝงข้อคิดต่าง ๆ ไว้มากมาย ยังได้ถูกสอนกันรุ่นต่อรุ่นไปยังเด็ก ๆ โดยมีการสอนกันในโรงเรียนอีกด้วย

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้
พิธีชงชา 茶道(Sadou) หรือ 茶の湯 (Cha no yu) นี้เป็นพิธีการดื่มชาเขียวญี่ปุ่นแท้ที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ผู้ให้กำเนิดพิธีชงชาที่เป็นแบบแผนอย่างในปัจจุบันนั้นคือ ท่าน เซ็นโนะริคิว (Sen no rikyu) ปรัชญาหรือหัวใจหลักในพิธีชงชาซึ่งมาจากลัทธิเซนซึ่งประกอบไปด้วย
1.和(wa) หมายถึง ความสงบ สันติ
2.敬(kei) หมายถึง ความเคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน
3.清(sei) หมายถึง ความสะอาด บริสุทธิ์
4.寂(jakku) หมายถึง ความเงียบสงบ

ขั้นตอนพิธีชงชาแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ
1.เจ้าของบ้านนั่งชมสวนซึ่งอยู่หน้าห้องชงชาเพื่อสงบจิตใจและทำสมาธิก่อนที่จะถึงเวลาของพิธีชงชา ตามหลักปรัชญาสงบ สันติเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ
2.ทุกคนเข้าห้องพิธีชงชา ผ่านทางเข้าที่เป็นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ เป็นเหมือนการบ่งบอกความเท่าเทียมกันผ่านการก้มลอดช่องทางเข้าห้องพิธีชงชา
3.ภายในห้องพิธีชงชา จะใช้เสื่อทาทามิ มีช่องเล็ก ๆ สำหรับกาต้มน้ำ และประดับไปด้วยภาพวาดญี่ปุ่น หรือต้นไม้เล็ก  ๆ แสดงถึงความเรียบง่าย ให้ผู้มาเยือนได้พินิจถึงปรัชญาและได้ชื่นชมในความสวยงาม
4.ผู้มาเยือนจะนั่งอยู่ตรงข้ามผู้ชงชาหรือที่เรียกว่า ฮันโต และเลือกหยิบขนมโดยใช้ไม้ที่เรียกว่า โยจิ วางลงบนกระดาษที่ใช้รองขนม เรียกว่า ไคชิ และรับประทานให้หมดก่อนที่ชาจะเสิร์ฟ โดยฮันโตจะเริ่มต้มน้ำในกาน้ำร้อน
5.ฮันโตจะนำไม้ไผ่ซึ่งเป็นช้อนขนาดเล็ก (chashaku)ตักชาเขียวญี่ปุ่นแท้ หรือมัทฉะ ใส่ลงในถ้วยชา ใส่น้ำร้อนอุณหภูมิ 70-80 องศา ถ้ามากกว่านี้จะทำให้ชาขาดซึ่งกลิ่นหอม แล้วคนให้ชาละลายและแตกฟองเป็นจังหวะด้วย ชะเซน (chasen) และนำชาที่ชงเสร็จแล้ววางไว้หน้าผู้มาเยือน
6.ผู้มาเยือนหรือแขกยกถ้วยชาด้วยมือขวาวางไว้บนมือซ้าย หมุนถ้วยชาเข้าหาตัวเพื่อพินิจความสวยงามของถ้วยชา และเป็นการให้เกียรติเจ้าของบ้านในการจิบชาคนละด้านกัน เมื่อดื่มเสร็จแล้วให้มือเช็ดขอบถ้วยชา และใช้ไคชิหรือกระดาษรองขนมในการเช็ดมือ

ไร่บุญรอด

จะเห็นได้ว่าในพิธีชงชานั้นจะเต็มไปด้วยการให้เกียรติซึ่งกันและกัน และให้เห็นอกเห็นใจซึ่งกันละกัน ซึ่งคนญึ่ปุ่นเวลาจะทำอะไรจะนึกถึงผู้อื่นเสมอ ๆ ทำให้เค้าไม่กล่าที่จะทำผิดหรือทำสิ่งที่นอกเหนือจากระเบียบปฏิบัติเพราะจะทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ในประเทศไทยเวลาเราสอนหรือสอบใบขับขี่จะมีคำสอนที่บอกกันว่า “ขับรถห้ามประมาท” แต่ในการสอบใบขับขี่ของคนญี่ปุ่นจะมีคำสอนที่ยึดกันมาก ๆ เลยคือ “ความปลอดภัยของผู้อื่นคือความปลอดภัยของเรา” คือถ้าเราขับรถให้ทุก ๆ คนปลอดภัย เมื่อเราไปเดินบนท้องถนน หรือสัญจรด้วยจักรยานเราก็จะปลอดภัย เปรียบเทียบได้กับปรัชญาหรือนัยยะต่าง ๆ ในพิธีชงชาชาเขียวญี่ปุ่นแท้ที่ให้เกียรติและเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเสมอ ๆ จึงไม่แปลกใจเลยที่คนญี่ปุ่นจะมีระเบียบและวินัยอย่างที่เราเห็นกันในทุกวันนี้

มัทฉะ Matcha คืออะไรแตกต่างจาก Green Tea อย่างไร

มัทฉะ Matcha คืออะไรแตกต่างจาก Green Tea อย่างไร

เชื่อว่าทุกคนต้องเคยซื้อชาเขียวที่เป็นขวดชงสำเร็จมาดื่มอย่างแน่นอน แต่คนญี่ปุ่นมองชาเขียวที่ใส่น้ำตาลจนกลายเป็นน้ำเชื่อมแบบเย็นว่าน้ำหวาน ไม่ใช่ชาเขียวญี่ปุ่นแท้แต่อย่างใด และคนไทยเมื่อไปที่ไหนเจอเค้กหรือขนมที่มีส่วนผสมของชาเขียวก็มักจะพบกับคำว่ามัทฉะ หลาย ๆ คนเลยเข้าใจไปว่ามัทฉะก็คือชาเขียว แล้วคำว่า Green Tea ล่ะไม่ใช่ชาเขียวหรอกหรอ สรุปว่าชาเขียวต้องเรียกว่าอะไรกันแน่ วันนี้เรามาไขข้อข้องใจกันว่า Matcha และ Green Tea แตกต่างกันอย่างไร

ยอดใบชา

มัทฉะ เซนฉะและเก็นมัยฉะ
ภาพบนเป็น Matcha ซ้ายล่างเป็น Sencha และขวาล่างเป็น Genmaicha

จริง ๆ แล้วชาเขียวญี่ปุ่นแท้ก็กำเนิดมาจากชาต้นเดียวกับชาดำหรือชาอู่หลง แต่ต่างกันที่กรรมวิธีในการผลิต และชาเขียวก็คือ Green Tea ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบที่เป็นซองกระดาษหรือซองไนล่อน เป็นใบ ๆ ไว้ชงกับน้ำร้อน หรือจะเป็นผง ๆ เราก็เรียก Green Tea ได้ทั้งหมด เพราะชาเขียวก็คือชาเขียวจะอยู่ในรูปแบบใดก็คือชาเขียว แต่ว่าชาเขียวในแต่ละรูปแบบนั้นจะมีวิธีเรียกแตกต่างกัน อย่างชาที่เป็นใบใช้ชงกับน้ำร้อน เราจะเรียกว่า Sencha (煎茶 เซนฉะ) หรือถ้าเป็นใบและมีข้าวคั่วอยู่ด้วยหรือที่คนไทยนิยมเรียกกันว่าชาข้าว จริง ๆ แล้วมันคือ Genmaicha (玄米茶 เก็นมัยฉะ) ส่วนชาเขียวที่ถูกนำมาบดเป็นผง เรียกให้ถูกต้องก็คือ Matcha (抹茶 มัทฉะ) ซึ่งกว่าจะเป็นมัทฉะได้นั้น ต้องผ่านกรรมวิธีบดโดยครกหินที่ทำให้เกิดความร้อนน้อยที่สุด และใช้เวลานานมาก ๆ กว่าจะได้สัก 100 กรัม

Singha Park ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

Matcha นั้นยังมีขั้นตอนการปลูกที่ซับซ้อนกว่าการปลูกชาเพื่อทำชาเขียวชนิดอื่น ๆ ด้วย ซึ่งถ้าเป็นคนไทยเราปลูกข้าว เราอยากได้ข้าวปริมาณมาก ๆ และเป็นข้าวคุณภาพดี เทคโนโลยีหรือภูมิปัญญาชาวบ้านก็สอนให้มีวิธีการแกล้งข้าว โดยการให้ข้าวได้รับน้ำอย่างเหมาะสม พอถึงช่วงเวลาหนึ่งก็ให้ข้าวขาดน้ำ เมื่อข้าวขาดน้ำก็จะพยายามออกเมล็ดข้าวให้มากที่สุด เพื่อดำรงสายพันธุ์ของข้าวและมีแป้งในเมล็ดข้าวมาก จึงได้ผลผลิตจำนวนมากและคุณภาพดี ปัจจุบันพืชหลาย ๆ ชนิดก็ถูกแกล้งเพื่อให้ออกดอกออกผลได้ปริมาณมาก ๆ อย่างต้นมะนาวก็มีการแกล้งมะนาว ทำให้มะนาวออกผลมาก ๆ มีน้ำเยอะ ๆ หรือการแกล้งต้นกะเพราทำให้แตกยอดบ่อย ๆ ชาเขียวก็มีการแกล้งเช่นเดียวกัน หากจะนำยอดใบชาไปทำ Matcha จะมีการแกล้งตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกต้นชาด้วยการนำแสลนหรือที่กรองแสงมากรองแสงให้ผ่านมาถึงต้นชาน้อยลง ต้นชาจึงผลิตสารคลอโรฟิลล์มากขึ้นเพื่อช่วยให้สังเคราะห์แสงได้ดีขึ้น ใบชาจึงมีสีเขียวเข้มเหมาะที่จะนำไปทำมัทฉะ ทำให้มีราคาที่สูงกว่าชาเขียวชนิดอื่น ๆ ดังนั้นชาเขียวหรือ Green Tea นั้น แตกต่างจาก Matcha (มัทฉะ) ก็คือ ชาเขียวเป็นชื่อเรียกชาเขียวทั้งหมดทุกรูปแบบ ส่วน Matcha นั้นเป็นชื่อเรียกชาเขียวแบบที่ถูกบดเป็นผงละเอียดเท่านั้น และชาเขียวที่ถูกบดเป็นผงจะถูกใช้เป็นส่วนผสมของอาหารและขนมต่าง ๆ หรือจะนำมาชงดื่มก็ได้ คนญี่ปุ่นใช้มัทฉะในพิธีชงชาเพื่อต้อนรับผู้มาเยือนหรือแขกที่มาบ้านด้วย Matcha จะมีราคาแพงกว่าชาเขียวรูปแบบอื่น ๆ เพราะกระบวนการปลูกและกรรมวิธีการผลิตจะซับซ้อนและใช้เวลามากกว่า ว่าแล้วก็ขอตัวไปดื่มชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ ก่อนนะครับ

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้จากไร่ชาของไทยส่งออกไปทั่วโลก!!!

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้จากไร่ชาของไทยส่งออกไปทั่วโลก!!!

จากบล็อกที่แล้วเราคงได้รู้กันไปแล้วว่าไม่ว่าจะชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ชาอู่หลง (ชาจีน) หรือชาดำ (ชาฝรั่ง) ก็มาจากชาต้นเดียวกันนี่แหละ แต่ถ้าใครยังไม่รู้กดอ่านได้ที่นี่เลย และเมื่อไม่นานมานี้ผมได้มีโอกาสสัมภาษณ์ มิสเตอร์ คาสึโทชิ ฟุรุฮาชิ ผู้เชี่ยวชาญด้านชาเขียว ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท Maruzen จากประเทศญี่ปุ่น คุณ พงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญและ คุณ ราชพฤกษ์ พานิช กรรมการผู้จัดการบริษัท MARUZEN FOOD (THAILAND) จำกัด เกี่ยวกับที่มาของการผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแท้จากไร่บุญรอดเพื่อส่งออกไปทั่วโลกMaruzen-ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

 

Maruzen มีที่มาอย่างไรทำไมถึงได้มาเป็นบริษัทที่ผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ ??
มิสเตอร์ คาสึโทชิ ฟุรุฮาชิ : คนญี่ปุ่นมีความผูกพันธ์กับชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ เป็นอย่างมาก เพราะคนญี่ปุ่นดื่มชาเขียวกันทั่วไปในครัวเรือนดื่มกันแทนน้ำเปล่า ไม่ใช่ดื่มเฉพาะตอนกระหายน้ำ การชงชาเขียวและดื่มชาเขียวเป็นการผ่อนคลายจากการทำงาน บางครั้งทำงานหนัก ๆ ก็ผ่อนคลายด้วยการชงชา แต่ชาเขียวที่คนญี่ปุ่นดื่มนั้นไม่มีรสหวาน ไม่มีการใส่น้ำตาล เพราะถ้าชาเขียวหวานจะมีโทษมากกว่าประโยชน์ คนญี่ปุ่นเป็นคนรักสุขภาพจึงไม่ดื่มชาเขียวที่หวาน เพราะถ้าหวานจะทำให้เราหิวน้ำอีกและดื่มหวานอีกยิ่งทำให้เกิดโทษ ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ นั้นมีประโยชน์เป็นอย่างมาก Maruzen ก่อตั้งเมื่อ 70 กว่าปีที่แล้ว พ่อแม่ผม (พ่อแม่ของคุณ คาสึโทชิ ฟุรุฮาชิ) อาศัยอยู่ที่ Saitama ที่อยู่ติดโตเกียว แล้วต้องการชาเขียวคุณภาพดีเลยต้องย้ายไปที่ Shizuoka เพราะ Shizuoka นั้นเป็นแหล่งผลิตชาเขียวที่ดีที่สุด เลยตั้งโรงงาน Maruzen อยู่ที่นั่น เพราะชาเขียวต้องเริ่มกระบวนการผลิตภายในครึ่งชั่วโมงหลังจากถูกเด็ดยอดมาแล้ว ไม่เช่นนั้นใบชาจะเริ่มหมักตัวเองกลายเป็นสีเหลือง ดังนั้นชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ แล้วนั้นต้องมีสีเขียวชาเขียวญี่ปุ่นแท้-Maruzen

Maruzen & Singha มาร่วมมือกันผลิตชาเขียวได้อย่างไร??
มิสเตอร์ คาสึโทชิ ฟุรุฮาชิ : จากนโยบายของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ต้องการส่งเสริมการส่งออกอาหารญี่ปุ่นออกไปทั่วโลก ซึ่งชาเขียวก็เป็น 1 ในอาหารญี่ปุ่นที่ได้รับการสนับสนุนหรือส่งเสริมให้มีการส่งออกให้มากขึ้น แต่เนื่องจากกำลังผลิตภายในประเทศญี่ปุ่นก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการ และภาษีส่งออกนั้นสูงถึง 60% ทำให้ทางบริษัท Maruzen มองหาแหล่งผลิตชาเขียวคุณภาพดี มีกำลังผลิตที่เพียงพอหรือมีศักยภาพสูงเพื่อผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแท้ส่งออกไปทั่วโลก ทาง Maruzen ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญชาเขียวญี่ปุ่นแท้มาสำรวจไร่ชาในประเทศต่าง ๆ ที่มีศักยภาพเพียงพอในการผลิตชาเขียวในภูมิภาคนี้ และได้มาพบกับชาจากไร่บุญรอดซึ่งทดสอบแล้วมีคุณภาพดีและมีศักยภาพที่จะผลิตเป็นชาเขียวญี่ปุ่นแท้
คุณ พงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญและ คุณ ราชพฤกษ์ พานิช (เสริม) : จึงเกิดความร่วมมือระหว่าง Singha&Maruzen ก่อตั้งเป็นบริษัท Maruzen Food (Thailand) จำกัด ซึ่งตั้งโรงงานอยู่ในไร่บุญรอดจังหวัดเชียงรายนำเข้าเครื่องจักรจากญี่ปุ่นทั้งหมด มีการส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกชาเป็นคนญี่ปุ่นอายุ 64 ปี ปลูกชามานานกว่า 40 ปีมาควบคุมการปลูกชาให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด มีช่างเทคนิคจากญี่ปุ่นมาควบคุมดูแลการผลิตในโรงงาน และเป็นโรงงานผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ (Green Tea Process) แห่งแรกที่จัดตั้งนอกประเทศญี่ปุ่นชาเขียวญี่ปุ่นแท้

อุปกรณ์ชง-ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

 

ด้วยความใส่ใจในการปลูกชา การเลือกพื้นที่การผลิตที่จังหวัดเชียงรายที่มีความลาดชันเหมาะกับชาซึ่งเป็นพืชที่ไม่ชอบน้ำขังทำให้ชาที่ไร่บุญรอดนั้นเหมาะในการนำมาผลิตเป็นชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ จึงเกิดความร่วมมือระหว่างบริษัท Maruzen&Singha ในการผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแท้คุณภาพดีที่มีการควบคุบการปลูกและการผลิตโดยคนญี่ปุ่นเพื่อส่งขายไปทั่วโลก อีกไม่นานเราคงจะเห็นชาเขียวญี่ปุ่นแท้จากโรงงานของคนไทยขายไปทั่วโลก ว่าแล้วก็อยากดื่มชาเขียวขึ้นมาทันทีเลย ขอตัวไปชงดื่มชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ ก่อนนะครับ

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้แตกต่างจากชาอื่นอย่างไร??

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้แตกต่างจากชาอื่นอย่างไร

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ แตกต่างกับชาอู่หลง (ชาจีน) และชาดำ (ชาฝรั่ง) อย่างไร แต่ก่อนผมเองเคยเข้าใจว่าชาแต่ละแบบแตกต่างกันที่สายพันธุ์ของชา แต่จริง ๆ แล้วไม่ว่าจะชาเขียว ชาอู่หลงหรือชาดำนั้นล้วนก็ปลูกมาจากชาต้นเดียวกัน!!!  ชาแต่ละแบบนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของชาที่นำมาผลิตเลย แต่ขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิตให้เป็นชาสำเร็จรูปต่างหาก!! สิ่งที่ทำให้ชาแต่ละชนิดแตกต่างกันเป็นอย่างมากคือ กระบวนการหมักที่ทำให้เกิดปฎิกิริยา Oxidation ของเอนไซม์ที่ชื่อ Polyphenol Oxidase ทำให้เกิดสารประกอบเชิงซ้อนที่ทำให้ชามีสีเหลืองและดำ ซึ่งในกระบวนการผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแท้นั้นจะนำใบชาที่ถูกเด็ดหรือตัดมาสด ๆ จะถูกนำมาผึ่งและเป่าลมให้ใบชาสดใหม่เสมอ และเริ่มกระบวนการผลิตภายในระยะเวลาครึ่งชั่วโมง โดยจะผ่านการ Steaming ด้วยไอน้ำ เพื่อทำลายเอนไซม์ Polyphenol Oxidase และหยุดปฏิกิริยา Oxidation ทำให้ใบชายังคงสีเขียวสดไว้ได้  ต่างจากการผลิตชาอู่หลงหรือชาจีนที่จะต้องผ่านการหมักใบชาเป็นระยะเวลาหนึ่ง (Oxidation Fermented) แล้วค่อยผ่านความร้อน ทำให้ใบชามีสีเหลืองอ่อน ส่วนชาดำจะทำการหมักเพื่อให้เกิดปฏิกิริยา Oxidation อย่างสมบูรณ์ชาดำจึงมีสีน้ำตาลดำ เราสามารถสรุปเป็นกระบวนการผลิตอย่างง่ายได้ตามรูปด้านล่าง

ยอดใบชา-ชาเขียวญี่ปุ่นแท้-ชาดำ-ชาอู่หลง

 

การผลิต-ชาเขียว-ต่างจาก
นอกจากกระบวนการผลิตต่างกันแล้ว มีอะไรที่ต่างกันอีกบ้าง??
เนื่องจากชาเขียวญี่ปุ่นแท้ไม่ผ่านการหมักเลยทำให้ยังคงคุณค่าสารอาหารของใบชาได้เกือบทั้งหมด และยังมีสารสำคัญที่ชื่อ Catechins ซึ่งมีงานวิจัยยืนยันว่า Catechins มีประโยชน์ในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดคอลเรสเตอรอล ช่วยในการเผาผลาญไขมัน ยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง ป้องกันโรคสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์และยังช่วยในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย Catechins นั้นมีมากบนยอดใบชาสด และคงปริมาณได้มากในชาเขียว ส่วนชาอู่หลงและชาดำนั้นเมื่อผ่านกระบวนการหมักจะทำให้เอนไซม์ Polyphenol Oxidase เร่งปฏิกิริยา Oxidation ของ Catechins กลายเป็นสารในกลุ่ม Theaflavins และ Thearubigins ทำให้ในชาเขียวมี Catechins อยู่มากที่สุด รองลงมาเป็นชาอู่หลง และน้อยที่สุดในชาดำ

 

Singha-Park-ไร่บุญรอด-ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

เก็บยอดใบชา

จะเห็นได้ว่าชาเขียวญี่ปุ่นแท้นั้นมีประโยชน์มากมาย คนญี่ปุ่นจะดื่มชาเขียวกันแทนน้ำเปล่าแถมยังให้เด็กดื่มชาเขียวได้ด้วย แม้ว่าชาเขียวจะมีคาเฟอีนอยู่บ้างก็ตาม แต่ปริมาณคาเฟอีนไม่ได้แตกต่างจากที่มีอยู่ในน้ำอัดลมเลย ล่าสุดทางญี่ปุ่นได้มาเปิดโรงงานผลิตชาเขียวในประเทศไทย เป็นการตั้งโรงงานผลิตชาเขียวนอกประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก จุดประสงค์เพื่อผลิตชาเขียวส่งไปขายทั่วโลก เนื่องจากกำลังการผลิตชาเขียวในประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการ ประจวบเหมาะกับรัฐบาลญี่ปุ่นออกมาตรการส่งเสริมการส่งออก ทำให้เป็นโอกาสที่ดีในการหาแหล่งผลิตชาเขียวนอกประเทศญี่ปุ่น ทางบริษัท Maruzen เป็นบริษัทที่ขายและส่งออกชาเขียวได้ทำการสำรวจชาที่ปลูกในประเทศต่าง ๆ และได้เล็งเห็นว่าชาที่ไร่บุญรอดนั้นเป็นชาที่มีคุณภาพดี อยู่ในภูมิประเทศและอากาศที่เหมาะสม ทำให้เกิดความร่วมมือระหว่าง Singha & Maruzen โดยตั้งโรงงานผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ ที่ Singha Park หรือไร่บุญรอดจังหวัดเชียงราย โดยนำเข้าเครื่องจักรจากญี่ปุ่นทั้งหมด มีการควบคุมการปลูกชาและการผลิตโดยคนญี่ปุ่น ภายในโรงงานใช้ระบบการผลิตแบบอัตโนมัติทำให้ใช้คนงานเพียง 5 คนในการผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ ป้อนสู่ตลาดไทยและตลาดโลก สุดยอดไปเลย ^___^

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

กระบวนการผลิต-ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

สำหรับการผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแท้ขั้นแรกเป็นการผึ่งยอดใบชา และเป่าลมเพื่อให้ใบชาสดใหม่อยู่เสมอ จากนั้นจะทำการชั่งน้ำหนักใบชาและฟีดใบชาผ่านสายพานเพื่อ Steaming ด้วยไอน้ำ หลังจากผ่านไอน้ำเพื่อหยุดปฏิกิริยา Oxidation แล้วจะทำการเป่าด้วยลมร้อนให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นจะทำการนวดใบชาให้สารต่าง ๆ ออกมาเคลือบใบชาทำให้สามารถชงเป็นชาได้ง่าย หลังจากการนวดจะผ่านการรีดให้เป็นเส้นและอบให้มีความชื้นไม่เกิน 6%  และจะนำใบชาที่ได้ไปเก็บที่ห้องเย็นเพื่อรอการแปรรูปหรือบรรจุต่อไป ชาเขียวที่ผ่านกระบวนการผลิตแล้วสามารถนำไปแปรรูปหรือใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตชาเขียวแบบต่าง ๆ ได้ ทั้งแบบที่ใส่ในซองเพื่อชงเป็นแก้ว แบบเป็นใบที่ชงในกา หรือจะผ่านกระบวนการบดเป็นผง Matcha หรือนำเข้าโรงงานเพื่อใช้ผลิตเป็นชาขวด ในบล็อกหน้าเรามาดูกันว่าชาที่แปรรูปเสร็จแล้วแตกต่างกันอย่างไรและมีวิธีชงอย่างไร ^__^

รีวิว ขนมปังผักโขมแฮมชีส+โออิชิมัจฉะลาเต้(OISHI Matcha latte)

รีวิว ขนมปังผักโขมแฮมชีส+โออิชิมัจฉะลาเต้(OISHI Matcha latte)

เมื่อเช้าเดินแถว ๆ ออฟฟิศหาอะไรกินสักหน่อย แต่วันเสาร์แบบนี้ของกินริมทางช่างมีน้อยซะเหลือเกิน ว่าแล้วก็เดินเข้าไป 7-11 ว่าจะซื้อคู่แซนวิชหมูหยองแฮมกับแลคตาซอย(15 บาท)ซะหน่อยดันหมดโปรโมชั่นไปซะได้ ว่าแล้วสายตาก็สอดส่องโปรโมชั่นขนมปัง เจอป้ายข้างบนนี้พอดี เลยซื้อขนมปังผักโขมแฮมชีส+โออิชิมัจฉะลาเต้(OISHI Matcha latte) มาลองชิมดู

ขนมปังผักโขมแฮมชีสรสชาติแบบอร่อยอ่ะ ใครที่ชอบแฮมชีสแต่มีกลิ่นผักโขมหน่อย ๆ น่าจะชอบกัน และพอกินกับโออิชิมัจฉะลาเต้(OISHI Matcha latte)แล้วเข้ากั๊นเข้ากัน ในราคาแค่ 30 บาทเอง เพราะได้ส่วนลดซื้อคู่ถูกกว่าไป 10 บาท ไม่รู้อะไรดลใจซื้อขนมปังสีเขียวและชาเขียว เขียวทั้งคู่เลย 555+ โออิชิมัจฉะลาเต้(OISHI Matcha latte)นั้นหอมหวานโคตรอร่อยเลยอ่ะ แต่ขนาดแค่ 270ml เอง ดูจะน้อยไปสักหน่อยถ้าจะซื้อราคาปกติ(20บาท ถ้าราคาปกติจะไม่ซื้อว่างั้นเหอะ หรือโคตรนานซื้อที) แต่รสชาติที่หอมหวานอร่อยมากอ่ะ