เรื่องเล่าฮาเฮ “ต.ม.ญี่ปุ่น”

เรื่องเล่าฮาเฮ “ต.ม.ญี่ปุ่น”

สองเดือนก่อนได้ไปญี่ปุ่นแบบเที่ยวด้วยตัวเองไม่ง้อทัวร์ก็ดีใจมาก ทำการบ้านเรื่องสถานที่พักที่เที่ยวเต็มพิกัดเลยจร้า ด้วยความที่ไม่เคยเดินทางไปต่างประเทศเลย ภาษาอังกฤษก็อยู่ในขั้นห่วยใช้ได้ พอได้นั่งเครื่องบินก็ตื่นเต้นมากเลย พอใกล้ ๆ จะถึงญี่ปุ่นแอร์มีกระดาษให้กรอกสองใบ ไอเราก็งง ๆ เฮ้ยมีให้กรอกอะไรด้วยฟะเนี่ย ก็ลองอ่าน ๆ ดูด้วยภาษาอังกฤษแบบงู ๆ ปลา ๆ กรอก ๆ ไป พอลงจากเครื่องปุ๊บ ทุกคนก็จะเดินไปรับกระเป๋าและต่อแถวเพื่อให้ ต.ม. ตรวจ แต่ก่อนจะถึงขั้น ต.ม. มีเจ้าหน้าที่มาช่วยตรวจว่าเรากรอกครบมั้ย ปรากฎว่าพี่ที่อยู่ในกรุ๊ปเดียวกันอยู่หน้าเราเค้าไม่ได้กรอกใบสีขาวแข็ง ๆ ด้านหลัง ซึ่งเราเดินตามมาก็เลยรู้ตัวเลยว่าเราเองก็ไม่ได้กรอกเหมือนกัน เจ้าหน้าที่ก็บอกพี่ข้างหน้าว่า “yes no yes no” พอถึงตาเราเค้าพูดแบบจับใจความได้ประมาณว่า เหมือนคนก่อนหน้านี้เลย เท่านั้นแหละ แก๊ปแก๊ปรีบวิ่งตามพี่ไปเลยจร้า ว่าสรุปกรอกว่าไรอ่ะ  โดยที่ไม่ได้อ่านเลย พี่ก็บอกเค้าให้กรอก “yes no yes no ” ไง เราก็ติ๊กตามอย่างว่าง่าย ติ๊กเสร็จก็ไปต่อแถวให้ ต.ม. ตรวจเอกสารเลย

 

พอถึงคิวเราต้องตรวจเอกสาร ต.ม. หยิบใบต่าง ๆ ไปดูและทำหน้าตกใจอย่างแรง
ต.ม.  :  Do you understand this? พร้อมกับยื่นใบสีขาวด้านหลังมา
อ่ะชิหายละกรู มีปัญหาไรฟะ จังหวะนั้นเรารีบดึงใบสีขาวด้านหลังมาอ่านภาษาอังกฤษ
ต.ม. ช่วงชิงจังหวะดันแฟ้นพลาสติกเปิดหน้าที่เป็นภาษาไทยมาให้อ่านทันที
“คุณเคยเป็นบุคคลที่ถูกเนรเทศหรือห้ามเข้าประเทศหรือไม่” คำตอบที่ติ๊กหนะหรอ yes (อ่ะชิหายละกรู ไม่ได้อ่าน เจ้าหน้าที่คนนั้นแม่มบอกให้ติ๊ก yes no yes no นี่หว่า สราสสส)
เลยบอก ต.ม. ไปว่าเจ้าหน้าที่คนนั้นบอกให้ติ๊ก yes no yes no ก็เลยรีบแก้ แล้วไปอ่านอีกข้อนึง
“คุณเป็นบุคคลที่พกพาอาวุธหรือยาเสพติดเข้ามาด้วยหรือไม่” yes  (yes ไรเนี่ย เจ้าหน้าที่คนนั้นทำเรื่องให้ละไง  รีบแก้อย่างไวและส่งกระดาษให้ ต.ม.)
ต.ม. เหมือนจะเข้าใจให้ผ่านได้

พี่ที่รู้จักบอกว่าถ้าเป็นแต่ก่อนยุคที่มีวีซ่านะ เกิดตอบผิด ๆ ถูก ๆ แบบนี้ไม่ได้เข้าประเทศแน่ โหยเกือบไปแล้วมั้ยล่ะ ทั้งเคยเป็นบุคคลที่ห้ามเข้าประเทศเท่านั้นไม่พอยังจะพกอาวุธกับยาเสพติดเข้ามาอีก เหอ ๆ

สำหรับใครที่จะเที่ยวประเทศญี่ปุ่นด้วยตัวเองไม่ง้อทัวร์ก็อ่านกันดีดีล่ะ แต่ถ้าสรุปง่าย ๆ ก็ติ๊ก no ให้หมดเลย(ถ้าเค้ายังไม่แก้อะไรอ่ะนะ) อย่าเผลอตอบแต่ yes yes yes ล่ะจบแน่ เหอ ๆ

วางแผนเที่ยวญี่ปุ่น ท่องโตเกียว ด้วยรีวิว 50 ที่พัก จากประสบการณ์จริง สำรวจ เก็บข้อมูลพักจริง รวบรวมเป็นข้อมูล 50 โรงแรมในโตเกียว

50 RAMEN IN TOKYO รวมรีวิว 50 ร้านราเมน ในโตเกียว

เรื่องเล่าเยาวราช

เรื่องเล่าเยาวราช

เยาวราชแหล่งรวมอาหารอร่อยที่หลาย ๆ คนคงเคยได้ไปกินไปชิมไปเดินเล่นถ่ายรูปกันมาแล้ว สถานที่ที่ถือว่ามีร้านอาหารคาวอาหารหวานรวมถึงของกินเล่นที่มีความอร่อยมารวมตัวกันมากสุด ๆ ในราคาที่ไม่แพงเลย จากการไปเยาราชมาหลาย ๆ ครั้ง เราก็ได้พบกับประสบการณ์ที่หลากหลาย บางเรื่องก็แปลก บางเรื่องก็ทำให้เราดูโง่ บางเรื่องทำให้เรามีรอยยิ้ม ว่าแล้วก็เริ่มที่เรื่องแรกเลยดีกว่า

ใครที่ไปนั่งกินอาหารที่เยาราชบ่อย ๆ คงจะเคยพบกับขอทานทั้งเด็กน้อย หญิงสาว คนแก่ แต่วันนี้เราจะเล่าให้ฟังถึงหญิงสาวตัวเล็ก ๆ คนนึงที่เราไปทุกครั้งต้องเจอทุกครั้ง และหลาย ๆ ครั้งเค้าก็มาขอทานจากเราโดยที่จำไม่ได้ว่าขอหลายรอบแล้วเราไม่เคยจะให้ทุกครั้งที่มาขอก็จะพูดประมาณว่า “พี่คะ พี่คะ ขอเงินให้หนูไปซื้อนมลูกหน่อยได้มั้ยคะ”  มาทีไรเจอพูดแบบนี้ตลอด มีอยู่วันนึงระหว่างที่เรานั่งกินของหวานตบท้ายด้วยบัวลอยน้ำขิงเจ้าประจำ เราก็เห็น “เฮ้ยนั่นมันขอทานคนนั้นนี่หว่า” ปรากฏว่า ขอทานซื้อรังนกใส่ถุงกลับบ้านกินครับพี่น้อง ถุงละร้อยเอง ในขณะที่เรา ๆ นั่งกินบัวลอยน้ำขิงถ้วยละ 30 บาท แม่เจ้า ซัดรังนกเลยนะแม่คุณ  – -“

ไหน ๆ ก็พูดถึงบัวลอยแล้วก็ว่ากันเรื่องบัวลอยเนี่ยแหละ ปกติเวลาไปกินที่เยาวราชเราจะมีเจ้าประจำอยู่ ซึ่งปกติเราก็จะสั่งบัวลอยน้ำขิง ราคาก็ไม่แพง 30 บาทได้ 5 ลูก มีอยู่วันนึงอยากลองกินบัวลอยนมสดดูว่าอร่อยรึเปล่า(อยากรู้ว่าถ้าอยู่ในนมสดจะอร่อยมั้ย) เลยลองสั่งบัวลอยนมสดมากินดู ปรากฏว่าได้ 4 ลูกครับพี่น้อง เฮ้ยทำไมมันได้สี่ลูกเองวะ สงสัยนมแพงกว่าน้ำขิงโขอยู่ เลยลองถามเด็กที่ร้าน เค้าบอกว่าได้ 4 ลูกก็ถูกแล้วไม่ได้ใส่ขาดหรืออะไร เราก็อ่อ  ไม่ได้คิดอะไรมาก พอเราเรียกเก็บเงินเท่านั้นแหละ  “40 บาทค่ะ”  โอ้แม่เจ้า นอกจากจะได้น้อยกว่าแล้วยังแพงกว่ากันตั้ง 10 บาท สรุปได้ว่านมสดมันแพงกว่าน้ำขิงโคตร ๆ เลยคร้าบบบ – -”

คราวนี้เราลองไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวกันบ้าง มีอยู่เจ้านึงขายก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาที่เวลาเราไปทีไรคนเยอะทู้กที(ร้านที่อยู่ตรงป้าย ฉ.เอี๊ยะฮวด)  วันเกิดเหตุเราสั่งเย็นตาโฟมาสองชามกินกันสองคน ส่วนน้ำตรงนั้นก็มีร้านขายน้ำอยู่ ปกติกินน้ำที่สั่งเป็นแก้วปกติแต่คราวนี้เห็นเค้าคั้นน้ำส้มอยู่ คั้นแบบสด ๆ เลยเราก็เลยสั่งน้ำสั้มคั้นเค้ามาขวดนึง เป็นขวดใสยาว ๆ ขวดแบบเป็นร่อง ๆ ตามแนวขวางมีฝาปิดสีขาว เราก็กินก๋วยเตี๋ยวและน้ำส้มกันอย่างเอร็ดอร่อย(เย็นตาโฟอร่อยจริง แต่อย่าสั่งต้มยำนะเคยสั่งต้มยำแล้วออกหวาน ๆ ไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่) พอกินเสร็จเราก็เรียกเก็บเงิน   “132 บาทค่ะ”  เฮ้ยทำไมมัน 132 บาทเลยวะเนี่ย(นึกอยู่ในใจ) แพงจังวะ ปกติกินไม่เห็นแพงขนาดนี้เลย “เอ่อ ก๋วยเตี๋ยวชามเท่าไหร่ครับ”  “ชามละ 30 บาทค่ะ” (ในใจคิดอยู่ 30 สองชาม 60 แล้วมัน 132 บาทได้ไงวะ) ยังไม่ทันจะคิดเสร็จ “น้ำส้มขวดละ 70 บาทค่ะ”  แม่เจ้า น้ำส้มขวดขนาดนี้เคยซื้อกินที่อื่นอยู่ขวดละ 25 บาทเอง อย่างมากก็ไม่เกิน 30 บาท ที่นี่ขาย 70 ครับ คุณพระช่วย แพงกว่าค่าก๋วยเตี๋ยวสองชามอีกคิดดู T^T

เรื่องต่อมา ณ ร้านก๋วยเตี๋ยวร้านเดิมวันเดียวกับที่กินน้ำส้มแพง ๆ มีอาแปะคนนึงเดินมาพร้อมหม้อ 1 ใบมาเสนอขายขนมกุ๊ยช่ายกับขนมจีบ แกพอจะพูดไทยได้บ้างและชอบพูดเสียงดัง ๆ ด้วยความสนใจอยากจะอุดหนุนแกสักหน่อย ขายไงครับแปะ “ใบละ 5 บาทอร่อยมาก ๆ ” “งั้นเอาขนมจีบ 5 ลูกครับ” “ไม่ได้ ๆ อั๊วขายขั้นต่ำ 8 ลูก 5 ลูกไม่ขาย 8 ลูก 40 เท่านั้น” เอ๊าทำไมไม่ขายหว่า เหอ ๆ ไม่ขายงั้นไม่ซื้อละกัน(ในใจก็คิดว่ากลยุทธการขายอะไรของแกหว่า ถ้าบอกว่า 5 ลูก 30 แล้ว 8 ลูก 40 ก็ว่าไปอย่าง แต่นี่บอกลูกละ 5 บาท ต่ำกว่า 8 ลูกไม่ขาย เหอ ๆ) แกก็เดินจากไปพร้อมหม้อของแก หลังจากกินก๋วยเตี๋ยวและจ่ายตังเรียบร้อย(เจอฟันค่าน้ำส้มไป เหอ ๆ T T) เราก็เดินเล่นไป ๆ มา ๆ แล้วก็เจอคนจะซื้อขนมจีบกับกุ๊ยช่ายแก แกก็อธิบายกับคนซื้อเหมือนที่บอกกับเรา คนที่จะซื้อบอกงั้นเอามา 4 ใบ แกตอบเหมือนเดิมเป๊ะ “ไม่ได้ ๆ อั๊วขายขั้นต่ำ 8 ลูก 4 ลูกไม่ขาย 8 ลูก 40 เท่านั้น” แล้วคนที่จะซื้อคนนั้นก็ไม่ซื้อเหมือนกัน (เราก็คิดในใจเหมือนเดิมว่าทำไมต้องขาย 8 ลูกเท่านนั้นด้วย ถ้าขายน้อยคิดแพงกว่าเดิมก็ได้นี่นา หรือถ้าแบ่งขายไปป่านนี้ขายได้ 9 ลูกแล้ว หรือว่าต้นทุนค่าถุงกับไม้จิ้มมันแพงหว่า ได้แต่คิดไปแบบนั้นแต่ไม่กล้าถามอาแปะ) ถ้าไปกันหลาย ๆ คนวันหลังจะอุดหนุนแกสัก 8 ลูกก็ได้ แล้วจะมาบอกอีกทีว่าอร่อยจริงรึเปล่า หรือใครเคยมีโอกาสชิมแล้วมาบอกกันบ้าง(เอ๊ะหรือว่า ถ้าเราซื้อน้อยแล้วพบว่ามันไม่อร่อยเราก็คงไม่ซื้ออีก เลยบังคับให้ซื้อ 8 ลูก 55555+) ^ ^