รีวิวซูชิหน้าล้นคุณภาพเน้น ๆ ที่ Star Chefs Maki Champion

รีวิวซูชิหน้าล้นคุณภาพเน้น ๆ ที่ Star Chefs Maki Champion

วันก่อนไปทำธุระแถวพระราม9 เดินผ่านหน้าร้าน Star Chefs Maki Champion สาขา The Nine พระราม9  เห็นป้ายซูชิหน้าล้นแล้วอดใจไม่ไหว ว่าแล้วก็เปิดดูเมนูหน้าร้านว่าราคาเท่าไหร่ ดูไปก็น้ำลายไหลไปมันน่ากินดีแท้ ราคากำลังดีไม่จัดว่าแพง มีเมนูแบบเป็นเซ็ตให้เลือกด้วย ว่าแล้วก็เดินเข้าร้านไปในบัดดล

บรรยากาศในร้านคนเยอะพอสมควร ร้านดูสะอาดน่านั่งมาก ๆ นั่งได้สักพักก็สั่งอาหารกินกัน พวกเรามากันหลายคนก็เลยสั่งทั้งแบบเป็นเซ็ตแล้วก็แบบเป็นคำด้วย เมนูซูชิหน้าล้นเซ็ตที่เราสั่งเป็นเซ็ตที่ 1 ประกอบไปด้วย SALMON OYAKO, TUNA , HIYASHI WAKAME, KANIKAMA, EBITEM ราคาแค่ 290 บาทเท่านั้นเอง ส่วนที่สั่งเป็นจาน ๆ ก็จะมี SALMON ABURI, IKURA, WAGYU, UNAGI สั่งมาอย่างละ 2 ชิ้น ใครกินชิ้นไหนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายชิ้นนั้นไป

แก๊ปได้กินทูน่า เนื้อจะนุ่มลื่นสดมาก ๆ มีไข่กุ้งสีดำกัดแล้วกรึบ ๆ กำลังดี ส่วนSALMON ABURI หรือแซลมอนรนไฟเนื้อจะนุ่มด้านนอกจะสุดด้านในจะดิบนิด ๆ กำลังดีรสชาติกลาง ๆ มีกลิ่นหอมอยู่ในปาก SALMON OYAKO เนื้อแซลมอนนุ่มลื่นที่สำคัญคือสดมาก ๆ แต่คีบขึ้นมาแล้วไข่แซลมอนหล่นเลยกินแยกจากกันต่างหาก คีบไข่แซลมอนกินเล่น ๆ อร่อยดี ไม่พอโดนเพื่อนแย่งกินไข่แซลมอนด้วย 555+
อ่านเพิ่มเติม “รีวิวซูชิหน้าล้นคุณภาพเน้น ๆ ที่ Star Chefs Maki Champion”

รีวิวร้าน ครัวตรอกจันทน์ อร่อยขั้นเทพลูกสาวน่ารัก ห้ามพลาด!!!

รีวิวร้าน ครัวตรอกจันทน์ อร่อยขั้นเทพลูกสาวน่ารัก ห้ามพลาด!!!

ร้านครัวตรอกจันทน์อยู่ริมถนนเจริญกรุงซอยเจริญกรุง 70/1 ถ้ามาจากทางรถไฟฟ้าสถานีสะพานตากสินจะอยู่เลยแยกถนนจันทน์มาไม่กี่เมตรและอยู่ทางด้านขวา เลยโรงแรม Chatrium มาเพียงเล็กน้อย สำหรับที่จอดรถนั้นบริเวณใกล้ ๆ ไม่มีที่จอดรถยนต์เลย อาจจะต้องจอดรถในถนนจันทน์แล้วยอมเดินไกลหน่อย หรือจะสะดวกมาก ๆ ถ้าเดินทางด้วยรถแท็กซี่ บรรรยากาศร้านจะเก่า ๆ หน่อยที่นั่งมีจำกัด และไม่เหมาะสำหรับคนใจร้อนเพราะรออาหารนานมาก แต่บอกก่อนเลยว่าอาหารที่นี่อร่อยขั้นเทพจริง ๆ อร่อยขนาดที่ว่าผู้ร่วมทริปท่านนึงน้ำตาซึมออกทางหางตาเลยทีเดียว เกือบทุกเมนูที่ได้ัทานจะมีคำอุทาน “อื้มหืออออ” ออกจากปากอยู่เสมอ ๆ สำหรับใครที่จะมาตามรอยแนะนำใหโทรจองโต๊ะด้วย เพราะร้านเต็มแทบจะตลอดเวลาและควรมาไวหน่อยสัก 5-6 โมงเย็น สำหรับใครที่มาไม่ถูกก็ดูตามแปนที่ด้านล่างได้เลยจร้า
Facebook: https://www.facebook.com/KhrawTroxkChanthn
เบอร์โทร: 084-114-9952

ครัวตรอกจันทน์

บรรยากาศร้านครัวตรอกจันทน์

รับรองความอร่อย

รีวิว

เมนูอาหาร

เมนูโต๊ะจีน

ทางร้านครัวตรอกจันทน์จะรับจัดโต๊ะจีนนอกสถานที่ด้วย แต่จะไม่ทำเมนูชุดโต๊ะจีนขายภายในร้าน(ถ้าอยากจะกินต้องจ้างโต๊ะไปข้างนอก) แต่จะมีเมนูต่างหากให้เราสั่งเป็นจาน ๆ ไป สำหรับใครที่จะมีงานเลี้ยงงานบวชงานแต่่งงานน่าจะลองสั่งเป็นโต๊ะจีนมาก ๆ เพราะราคาไม่แพงเลย หลังจากที่เราเข้าร้านมาได้สักพักก็มีสาวน้อยแสนน่ารักมารับออเดอร์ รับออเดอร์อย่างเดียวไม่พอพูดเชียร์อาหารจานหลักราคาไม่น้อยตลอดเวลา(คุยเก่งมากจริง ๆ ใครไปลองชวนคุยดูนะ คุยเป็นต่อยหอยเลย) พวกเราก็ตกลงกันว่าจะสั่งอะไรกันบ้าง สรุปออกมาก็จะมี แฮกึ้น หอยจ้อ ขนมจีบ กุ้งอบวุ้นเส้น บะหมี่ปูใหญ่ อย่างละ 2 ที่ มีปลากะพงนึ่งซีอิ๋ว กุ้งลายเสือทอดพริกเกลือ และหอยเป๋าฮื้อน้ำแดงอย่างละ 1 ที่ อ่านเพิ่มเติม “รีวิวร้าน ครัวตรอกจันทน์ อร่อยขั้นเทพลูกสาวน่ารัก ห้ามพลาด!!!”

Chef’s Table By Chef Art ประสบการณ์สุด Exclusive ที่ต้องลองสักครั้งในชีวิต

Chef’s Table By Chef Art ประสบการณ์สุด Exclusive ที่ต้องลองสักครั้งในชีวิต

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา แก๊ปแก๊ปได้รับเชิญไปร่วมรับประทานอาหารแบบ Chef’s Table ที่บ้านของเชฟอาร์ต ศุภมงคล ศุภพิพัฒน์ ซี่งเป็น Celebrity Chef เป็นที่ปรึกษาทางด้านอาหารให้กับสิงห์ คอร์เปอเรชั่น เป็นผู้คิดเมนูให้ทางร้านอาหาร EST.33 และร้านภูภิรมย์ที่สิงห์ปาร์ค(ไร่บุญรอด)จ.เชียงราย เป็นประสบการณ์การรับประทานอาหารสุด Exclusive ในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวในบ้านของ Chef Art ย่านเอกมัย กับ 5 เมนูอาหารที่อร่อยสุด ๆ กับอีก 1 ของหวานที่ลืมไม่ลง

เชฟอาร์ต-ChefArt

ตามเวลานัดราว 18.30 พวกเราก็ได้มาถึงบ้านเชฟอาร์ตที่ทางเข้านั้นซับซ้อนพอควร เราเดินเข้าไปก็พบกับโต๊ะหินอ่อนที่มีซิ้งค์สแตนเลส และครัวที่อยู่ในตัวบ้านตกแต่งอย่างสวยงาม มีโต๊ะเครื่องดื่มวางอยู่ใกล้กับบรรไดของบ้าน พวกเราไม่ค่อยคุยอะไรกันมานักออกจะดูเกร็งเล็กน้อย เพราะไม่เคยรับประทานอาหารในบรรยากาศแบบนี้มาก่อน เหมือนได้ไปบ้านเพื่อนที่ตกแต่งอย่างหรูหราแต่เนื่องด้วยเราไม่เคยรู้จักกับเชฟมาก่อนทำให้มีการเกร็งอยู่บ้าง  Chef Art ได้มีการชวนคุยและแซวพวกเราว่า “คุยหรือถ่ายรูปกันตามสบายครับไม่ต้องเกร็ง เดี๋ยวได้ทานอาหารสักพักน่าจะคุยกันง่ายขึ้น”(เพราะอาหารที่ทานจะได้ทานคู่กับไวน์และเบียร์ ซึ่งเบียร์เป็นส่วนประกอบในการทำอาหารมื้อนี้ด้วย) เชฟยังได้เล่าอีกว่าก่อนที่จะมาทำ Chef’s Table อย่างทุกวันนี้ก็เคยทำงานในร้านอาหาร แต่ปัจจุบันด้วยการแข่งขันที่สูงและข้อจำกัดในการเป็นลูกจ้างนั้นมีมากมาย จะเปิดเป็นร้านอาหารก็ไม่อยากที่จะต้องบริหารคนจำนวนมาก เลยเกิดแนวความคิดที่จะทำบ้านให้เป็นครัวแลยเปิดเป็น Chef’s Table อย่างที่แก๊ปแก๊ปได้มาเห็นอย่างในทุกวันนี้

Chef's-Table

เบียร์และไวน์

การได้มารับประทานอาหารในแบบ Chef’s Table กับเชฟอาร์ตนั้น เป็นประสบการณ์ที่สุดแสนพิเศษ เพราะเราสามารถทานไปคุยไปและถามเชฟเกี่ยวกับความรู้ของส่วนประกอบต่าง ๆ ที่ใช้ในการทำอาหาร ทำให้เราเข้าใจกับสิ่งที่เราทาน ยิ่งทำให้เรารู้สึกว่าอาหารที่ทานนั้นมีที่มา มี story ทำให้อาหารมีคุณค่าและอร่อยมากขึ้นด้วย เหมือนเวลาเราไปเที่ยวแล้วมีไกด์คอยให้ความรู้เราก็จะรู้สึกคุ้มค่ากว่าการที่เที่ยวชมได้แต่ความสวยงามแต่ขาดความรู้ความเข้าใจในสถานที่ที่เราได้ไปเที่ยว แก๊ปแก๊ปยังได้เห็นเชฟประกอบอาหารให้ชมอย่างช้า ๆ ที่ละขั้น ๆ  จัดจานอย่างพิถีพิถันก่อนที่อาหารจะถูกนำมาเสิร์ฟร้อน ๆ ต่อหน้าของพวกเราทุกคน มีผู้ช่วยคอยรินเบียร์และไวน์ตลอด ไม่นานนักอาหารจานแรกก็ถูกนำมาเสิร์ฟ อ่านเพิ่มเติม “Chef’s Table By Chef Art ประสบการณ์สุด Exclusive ที่ต้องลองสักครั้งในชีวิต”

พิธีชงชาแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ เกี่ยวข้องกับวินัยของคนญี่ปุ่นอย่างไร

พิธีชงชาแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ เกี่ยวข้องกับวินัยของคนญี่ปุ่นอย่างไร

จากบล็อกก่อน ๆ หน้านี้ หลาย ๆ คนคงจะรู้กันแล้วว่าชาเขียวญี่ปุ่นแท้ เหมือนหรือแตกต่างจากชาดำ(ชาฝรั่ง)หรือชาอู่หลง(ชาจีน)อย่างไร หรือ Green Tea แตกต่างจาก Matcha อย่างไร แต่ครั้งนี้เราจะมาเจาะลึกพิธีชงชาในแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ว่ามีนัยยะหรือความหมายแฝงอะไรบ้าง ซึ่งในพิธีชงชาของญี่ปุ่นนั้นจะแฝงข้อคิดและปรัชญาต่าง ๆ ไว้อย่างมากมาย ทำให้เราเข้าใจได้เลยว่าที่คนญี่ปุ่นมีวินัยอย่างทุกวันนี้เค้าถูกสอนมาอย่างไร ทำอย่างไร เพื่อนผมเคยเล่าว่าเคยคุยกับคนญี่ปุ่นและถามคนญี่ปุ่นว่า การที่คนญี่ปุ่นนั้นมีวินัยเป็นอย่างมากนั้นเป็นเพราะอะไร คำตอบที่ได้นั้นเรียบง่ายมาก ๆ ก็เพราะตอนเป็นเด็กมีผู้ใหญ่ทำให้ดูน่ะสิ แล้วเราทุกวันนี้หละ เราได้สอนหรือได้ทำอะไรให้เด็ก ๆ ดูไว้บ้าง!!! เมื่อไม่นานมานี้แก๊ปเองได้เข้าอบรมสัมนาเกี่ยวกับ Total Productive Management(Maintenance) หรือที่เรียกกันย่อ ๆ ว่า TPM อาจารย์วิทยากรได้บอกว่า การที่จะให้คน ๆ นึงเปลี่ยนสิ่งที่เคยทำมานานได้นั้น เราไปพูดให้เค้าเปลี่ยน เค้าก็คงไม่เปลี่ยน แต่สิ่งที่จะทำให้เปลี่ยนได้ก็คือ การเปลี่ยนแปลงบรรยากาศโดยรอบให้ต่างไปจากเดิม ถ้าเราอยากให้คนที่ทำงานกับเครื่องจักรดูและเครื่องจักรให้สะอาด แต่กำแพงและพื้นรวมถึงบรรยากาศโดยรอบยังเปื้อนไปด้วยน้ำมัน เค้าก็คงไม่อยากดูแลทำความสะอาดเครื่องจักร ถ้าเราอยากให้เค้าดูและทำความสะอาดเครื่องจักรเราต้องช่วยกันทำบรรยากาศโดยรอบให้สะอาดสดใสเสียก่อน ดังนั้นการเป็นผู้นำในการทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยการกระทำมีค่ามากกว่าคำสอนพันคำ พูดให้รู้หรือจะสู้ทำให้เห็น สังคมญี่ปุ่นก็เช่นกัน เค้าทำให้เด็ก ๆ ดูและต่อเนื่องกันมาอย่างยาวนาน บรรยากาศทั้งหมดในญี่ปุ่นมีระเบียบวินัยอยู่ในกรอบ คนที่อยู่นอกกรอบจะถูกมองว่าไม่ดี พิธีชงชาแบบญี่ปุ่นนั้นมีนัยยะหรือแฝงข้อคิดต่าง ๆ ไว้มากมาย ยังได้ถูกสอนกันรุ่นต่อรุ่นไปยังเด็ก ๆ โดยมีการสอนกันในโรงเรียนอีกด้วย

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้
พิธีชงชา 茶道(Sadou) หรือ 茶の湯 (Cha no yu) นี้เป็นพิธีการดื่มชาเขียวญี่ปุ่นแท้ที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ผู้ให้กำเนิดพิธีชงชาที่เป็นแบบแผนอย่างในปัจจุบันนั้นคือ ท่าน เซ็นโนะริคิว (Sen no rikyu) ปรัชญาหรือหัวใจหลักในพิธีชงชาซึ่งมาจากลัทธิเซนซึ่งประกอบไปด้วย
1.和(wa) หมายถึง ความสงบ สันติ
2.敬(kei) หมายถึง ความเคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน
3.清(sei) หมายถึง ความสะอาด บริสุทธิ์
4.寂(jakku) หมายถึง ความเงียบสงบ

ขั้นตอนพิธีชงชาแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ
1.เจ้าของบ้านนั่งชมสวนซึ่งอยู่หน้าห้องชงชาเพื่อสงบจิตใจและทำสมาธิก่อนที่จะถึงเวลาของพิธีชงชา ตามหลักปรัชญาสงบ สันติเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ
2.ทุกคนเข้าห้องพิธีชงชา ผ่านทางเข้าที่เป็นสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ เป็นเหมือนการบ่งบอกความเท่าเทียมกันผ่านการก้มลอดช่องทางเข้าห้องพิธีชงชา
3.ภายในห้องพิธีชงชา จะใช้เสื่อทาทามิ มีช่องเล็ก ๆ สำหรับกาต้มน้ำ และประดับไปด้วยภาพวาดญี่ปุ่น หรือต้นไม้เล็ก  ๆ แสดงถึงความเรียบง่าย ให้ผู้มาเยือนได้พินิจถึงปรัชญาและได้ชื่นชมในความสวยงาม
4.ผู้มาเยือนจะนั่งอยู่ตรงข้ามผู้ชงชาหรือที่เรียกว่า ฮันโต และเลือกหยิบขนมโดยใช้ไม้ที่เรียกว่า โยจิ วางลงบนกระดาษที่ใช้รองขนม เรียกว่า ไคชิ และรับประทานให้หมดก่อนที่ชาจะเสิร์ฟ โดยฮันโตจะเริ่มต้มน้ำในกาน้ำร้อน
5.ฮันโตจะนำไม้ไผ่ซึ่งเป็นช้อนขนาดเล็ก (chashaku)ตักชาเขียวญี่ปุ่นแท้ หรือมัทฉะ ใส่ลงในถ้วยชา ใส่น้ำร้อนอุณหภูมิ 70-80 องศา ถ้ามากกว่านี้จะทำให้ชาขาดซึ่งกลิ่นหอม แล้วคนให้ชาละลายและแตกฟองเป็นจังหวะด้วย ชะเซน (chasen) และนำชาที่ชงเสร็จแล้ววางไว้หน้าผู้มาเยือน
6.ผู้มาเยือนหรือแขกยกถ้วยชาด้วยมือขวาวางไว้บนมือซ้าย หมุนถ้วยชาเข้าหาตัวเพื่อพินิจความสวยงามของถ้วยชา และเป็นการให้เกียรติเจ้าของบ้านในการจิบชาคนละด้านกัน เมื่อดื่มเสร็จแล้วให้มือเช็ดขอบถ้วยชา และใช้ไคชิหรือกระดาษรองขนมในการเช็ดมือ

ไร่บุญรอด

จะเห็นได้ว่าในพิธีชงชานั้นจะเต็มไปด้วยการให้เกียรติซึ่งกันและกัน และให้เห็นอกเห็นใจซึ่งกันละกัน ซึ่งคนญึ่ปุ่นเวลาจะทำอะไรจะนึกถึงผู้อื่นเสมอ ๆ ทำให้เค้าไม่กล่าที่จะทำผิดหรือทำสิ่งที่นอกเหนือจากระเบียบปฏิบัติเพราะจะทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ในประเทศไทยเวลาเราสอนหรือสอบใบขับขี่จะมีคำสอนที่บอกกันว่า “ขับรถห้ามประมาท” แต่ในการสอบใบขับขี่ของคนญี่ปุ่นจะมีคำสอนที่ยึดกันมาก ๆ เลยคือ “ความปลอดภัยของผู้อื่นคือความปลอดภัยของเรา” คือถ้าเราขับรถให้ทุก ๆ คนปลอดภัย เมื่อเราไปเดินบนท้องถนน หรือสัญจรด้วยจักรยานเราก็จะปลอดภัย เปรียบเทียบได้กับปรัชญาหรือนัยยะต่าง ๆ ในพิธีชงชาชาเขียวญี่ปุ่นแท้ที่ให้เกียรติและเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเสมอ ๆ จึงไม่แปลกใจเลยที่คนญี่ปุ่นจะมีระเบียบและวินัยอย่างที่เราเห็นกันในทุกวันนี้

เสาวรสคุณภาพดีจากไร่บุญรอด ไร่ต้นแบบเพื่อเกษตรกร

เสาวรสคุณภาพดีจากไร่บุญรอด ไร่ต้นแบบเพื่อเกษตรกร

เมื่อไม่นานมานี้ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมไร่เสาวรสของบุญรอดที่อำเภอแม่สรวยจังหวัดเชียงรายจากการเชิญของคุณตราชู กาญจนสถิตย์ วันที่ไปถึงได้มีการต่อนั่งร้านสูงถึง 3 ชั้นบนหลังรถกระบะเพื่อให้พวกเราได้รูปสวย ๆ กลับมาฝากทุก ๆ คนด้วย คุณตราชู เล่าว่าเดิมปลูกข้าวบาร์เล่ย์เพื่อใช้ทำเบียร์ ตามกระแสพระราชดำริของในหลวงที่ทรงต้องการให้เกิดการสร้างรายได้แก่ประชาชนแทนการปลูกฝิ่น แต่ได้ผลผลิตไม่สู้ดีนักเพราะปัจจัยด้านภูมิอากาศ จนในปี พ.ศ. 2541-2542 ทางบุญรอดจึงได้ขอพระบรมราชานุญาตนำเข้าข้าวบาร์เล่ย์แทนการปลูกเอง และหันมาทำสถานีทดลองทางการเกษตรเพื่อทดลองความรู้และเทคนิคทางการเกษตรต่าง ๆ และได้มีการทดลองปลูกเสาวรส ผลผลิตที่ได้จากไร่นี้เป็นเสาวรสคุณภาพดี เพราะมีการทดลองปลูกหลาย ๆ แปลงในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพที่ดีที่สุดไร่เสาวรส

ดอกและผล-เสาวรสคณภาพ
ดอกและผลของเสาวรส

 

เสาวรสเป็นพืชไม้เลื้อยที่ชอบอากาศเย็น บุญรอดจึงนำเสาวรสซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีมูลค่าสูง ช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชนทำให้เกิดการจ้างงาน
เป็นต้นแบบในการทดลองปลูกเสาวรสให้กับเกษตรกร ซึ่งเมื่อทดลองเพาะปลูกจนได้ผลที่ดีแล้ว จะให้เกษตรกรได้เรียนรู้กรรมวิธีปลูกเสาวรส ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพมากที่สุด เสาวรสคุณภาพดีจากไร่บุญรอดมีการดูแลเป็นอย่างดี ปลูกเว้นระยะอย่างเหมาะสมในความสูงที่สามารถเก็บผลผลิตได้ง่าย มีระบบรดน้ำโดยใช้ท่อที่นำเข้าเยอรมันเพื่อน้ำหนักที่เบาและสามารถเคลื่อนย้ายระบบได้สะดวก นอกจากนี้คุณสันติ ภิรมย์ภักดี มีการมาตรวจดูงานและเปลี่ยนแปลงรูปแบบแปลงต่าง ๆ ในไร่เสาวรสด้วยตนเองอีกด้วยน้ำเสาวรส

แยมเสาวรส

เสาวรสมีประโยชน์ต่อสุขภาพและให้วิตามินซีสูง สามารถนำมาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าได้หลากหลาย ทั้ง น้ำเสาวรส แยม ไอศครีม เค้ก หรือจะนำมาทานสด ๆ ได้เลยเมื่อผลสุกได้เต็มที่ มีรสชาติทั้งเปรี้ยวและหวานสามารถทานได้ทั้งเมล็ด เมื่อนำมาชงดื่มกับน้ำแดงจะทำให้ได้น้ำแดงเสาวรสที่มีสีสันสวยงาม แก้กระหายน้ำได้เป็นอย่างดี หรือจะนำไปทำไอศครีมเสาวรสก็สดชื่น ยิ่งช่วงนี้อากาศร้อนมากและมีการเปลี่ยนแปลงของอากาศบ่อย เสาวรสคุณภาพดีจากไร่บุญรอดจะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันและช่วยป้องกันหวัดได้เป็นอย่างดี ว่าแล้วผมก็ขอตัวไปดื่มน้ำเสาวรสเย็น ๆ ก่อนละกันครับ ^__^

มัทฉะ Matcha คืออะไรแตกต่างจาก Green Tea อย่างไร

มัทฉะ Matcha คืออะไรแตกต่างจาก Green Tea อย่างไร

เชื่อว่าทุกคนต้องเคยซื้อชาเขียวที่เป็นขวดชงสำเร็จมาดื่มอย่างแน่นอน แต่คนญี่ปุ่นมองชาเขียวที่ใส่น้ำตาลจนกลายเป็นน้ำเชื่อมแบบเย็นว่าน้ำหวาน ไม่ใช่ชาเขียวญี่ปุ่นแท้แต่อย่างใด และคนไทยเมื่อไปที่ไหนเจอเค้กหรือขนมที่มีส่วนผสมของชาเขียวก็มักจะพบกับคำว่ามัทฉะ หลาย ๆ คนเลยเข้าใจไปว่ามัทฉะก็คือชาเขียว แล้วคำว่า Green Tea ล่ะไม่ใช่ชาเขียวหรอกหรอ สรุปว่าชาเขียวต้องเรียกว่าอะไรกันแน่ วันนี้เรามาไขข้อข้องใจกันว่า Matcha และ Green Tea แตกต่างกันอย่างไร

ยอดใบชา

มัทฉะ เซนฉะและเก็นมัยฉะ
ภาพบนเป็น Matcha ซ้ายล่างเป็น Sencha และขวาล่างเป็น Genmaicha

จริง ๆ แล้วชาเขียวญี่ปุ่นแท้ก็กำเนิดมาจากชาต้นเดียวกับชาดำหรือชาอู่หลง แต่ต่างกันที่กรรมวิธีในการผลิต และชาเขียวก็คือ Green Tea ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบที่เป็นซองกระดาษหรือซองไนล่อน เป็นใบ ๆ ไว้ชงกับน้ำร้อน หรือจะเป็นผง ๆ เราก็เรียก Green Tea ได้ทั้งหมด เพราะชาเขียวก็คือชาเขียวจะอยู่ในรูปแบบใดก็คือชาเขียว แต่ว่าชาเขียวในแต่ละรูปแบบนั้นจะมีวิธีเรียกแตกต่างกัน อย่างชาที่เป็นใบใช้ชงกับน้ำร้อน เราจะเรียกว่า Sencha (煎茶 เซนฉะ) หรือถ้าเป็นใบและมีข้าวคั่วอยู่ด้วยหรือที่คนไทยนิยมเรียกกันว่าชาข้าว จริง ๆ แล้วมันคือ Genmaicha (玄米茶 เก็นมัยฉะ) ส่วนชาเขียวที่ถูกนำมาบดเป็นผง เรียกให้ถูกต้องก็คือ Matcha (抹茶 มัทฉะ) ซึ่งกว่าจะเป็นมัทฉะได้นั้น ต้องผ่านกรรมวิธีบดโดยครกหินที่ทำให้เกิดความร้อนน้อยที่สุด และใช้เวลานานมาก ๆ กว่าจะได้สัก 100 กรัม

Singha Park ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

Matcha นั้นยังมีขั้นตอนการปลูกที่ซับซ้อนกว่าการปลูกชาเพื่อทำชาเขียวชนิดอื่น ๆ ด้วย ซึ่งถ้าเป็นคนไทยเราปลูกข้าว เราอยากได้ข้าวปริมาณมาก ๆ และเป็นข้าวคุณภาพดี เทคโนโลยีหรือภูมิปัญญาชาวบ้านก็สอนให้มีวิธีการแกล้งข้าว โดยการให้ข้าวได้รับน้ำอย่างเหมาะสม พอถึงช่วงเวลาหนึ่งก็ให้ข้าวขาดน้ำ เมื่อข้าวขาดน้ำก็จะพยายามออกเมล็ดข้าวให้มากที่สุด เพื่อดำรงสายพันธุ์ของข้าวและมีแป้งในเมล็ดข้าวมาก จึงได้ผลผลิตจำนวนมากและคุณภาพดี ปัจจุบันพืชหลาย ๆ ชนิดก็ถูกแกล้งเพื่อให้ออกดอกออกผลได้ปริมาณมาก ๆ อย่างต้นมะนาวก็มีการแกล้งมะนาว ทำให้มะนาวออกผลมาก ๆ มีน้ำเยอะ ๆ หรือการแกล้งต้นกะเพราทำให้แตกยอดบ่อย ๆ ชาเขียวก็มีการแกล้งเช่นเดียวกัน หากจะนำยอดใบชาไปทำ Matcha จะมีการแกล้งตั้งแต่ขั้นตอนการปลูกต้นชาด้วยการนำแสลนหรือที่กรองแสงมากรองแสงให้ผ่านมาถึงต้นชาน้อยลง ต้นชาจึงผลิตสารคลอโรฟิลล์มากขึ้นเพื่อช่วยให้สังเคราะห์แสงได้ดีขึ้น ใบชาจึงมีสีเขียวเข้มเหมาะที่จะนำไปทำมัทฉะ ทำให้มีราคาที่สูงกว่าชาเขียวชนิดอื่น ๆ ดังนั้นชาเขียวหรือ Green Tea นั้น แตกต่างจาก Matcha (มัทฉะ) ก็คือ ชาเขียวเป็นชื่อเรียกชาเขียวทั้งหมดทุกรูปแบบ ส่วน Matcha นั้นเป็นชื่อเรียกชาเขียวแบบที่ถูกบดเป็นผงละเอียดเท่านั้น และชาเขียวที่ถูกบดเป็นผงจะถูกใช้เป็นส่วนผสมของอาหารและขนมต่าง ๆ หรือจะนำมาชงดื่มก็ได้ คนญี่ปุ่นใช้มัทฉะในพิธีชงชาเพื่อต้อนรับผู้มาเยือนหรือแขกที่มาบ้านด้วย Matcha จะมีราคาแพงกว่าชาเขียวรูปแบบอื่น ๆ เพราะกระบวนการปลูกและกรรมวิธีการผลิตจะซับซ้อนและใช้เวลามากกว่า ว่าแล้วก็ขอตัวไปดื่มชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ ก่อนนะครับ

สิงห์ คอร์เปอเรชั่น!!! จัดแสดงสินค้าหลากหลายในงาน Thaifex 2015

สิงห์ คอร์เปอเรชั่น!!! จัดแสดงสินค้าหลากหลายในงาน Thaifex 2015

งาน THAIFEX-World of food ASIA 2015 จัดวันที่ 20-24 พ.ค. 2558 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 และ Exhibition Hall 9 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี สิงห์ คอร์เปอเรชั่นได้ออกบูธตาม Concept Singha, Taste of Life ที่นำแนวความคิดการดีไซน์ตามรูปแบบของครัวในบ้านที่ทันสมัย มีบรรยากาศเหมือนอยู่บ้านเพื่อนเชิญชวนให้เดินเข้าไปเยี่ยมชม  เพื่อพบกับสินค้าที่หลากหลาย เพื่อแสดงให้เห็นว่าผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของสิงห์เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของทุกคนได้เป็นอย่างดี ทั้งน้ำดื่ม โซดาและเครื่องดื่มเบียร์ และยังมีสินค้าอย่างกาแฟดอยช้างในรูปแบบเมล็ดกาแฟ อาหารสำเร็จรูป เครื่องชงกาแฟ และสินค้าอื่น ๆ จากสิงห์ปาร์คเชียงราย เช่น ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ Maruzen ชาอู่หลง เพื่อเป็นการแสดงออกซึ่งตัวตนและภาพพจน์ออกสู่ผู้บริโภค รวมทั้งผู้ที่มาเยี่ยมชมงาน Thaifex 2015 นี้

thaifex-2015-สิงห์-คอร์เปอเรชั่น สิงห์-คอร์เปอเรชั่น-thaifex-2015

สำหรับผู้ที่สนใจผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของสิงห์ที่นำมาจัดแสดง สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ที่ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์หมายเลข 3 ณ บูธหมายเลข 3H01 ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 24 พ.ค. 2558 ที่งาน Thaifex 2015  ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

 

 

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้จากไร่ชาของไทยส่งออกไปทั่วโลก!!!

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้จากไร่ชาของไทยส่งออกไปทั่วโลก!!!

จากบล็อกที่แล้วเราคงได้รู้กันไปแล้วว่าไม่ว่าจะชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ชาอู่หลง (ชาจีน) หรือชาดำ (ชาฝรั่ง) ก็มาจากชาต้นเดียวกันนี่แหละ แต่ถ้าใครยังไม่รู้กดอ่านได้ที่นี่เลย และเมื่อไม่นานมานี้ผมได้มีโอกาสสัมภาษณ์ มิสเตอร์ คาสึโทชิ ฟุรุฮาชิ ผู้เชี่ยวชาญด้านชาเขียว ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัท Maruzen จากประเทศญี่ปุ่น คุณ พงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญและ คุณ ราชพฤกษ์ พานิช กรรมการผู้จัดการบริษัท MARUZEN FOOD (THAILAND) จำกัด เกี่ยวกับที่มาของการผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแท้จากไร่บุญรอดเพื่อส่งออกไปทั่วโลกMaruzen-ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

 

Maruzen มีที่มาอย่างไรทำไมถึงได้มาเป็นบริษัทที่ผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ ??
มิสเตอร์ คาสึโทชิ ฟุรุฮาชิ : คนญี่ปุ่นมีความผูกพันธ์กับชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ เป็นอย่างมาก เพราะคนญี่ปุ่นดื่มชาเขียวกันทั่วไปในครัวเรือนดื่มกันแทนน้ำเปล่า ไม่ใช่ดื่มเฉพาะตอนกระหายน้ำ การชงชาเขียวและดื่มชาเขียวเป็นการผ่อนคลายจากการทำงาน บางครั้งทำงานหนัก ๆ ก็ผ่อนคลายด้วยการชงชา แต่ชาเขียวที่คนญี่ปุ่นดื่มนั้นไม่มีรสหวาน ไม่มีการใส่น้ำตาล เพราะถ้าชาเขียวหวานจะมีโทษมากกว่าประโยชน์ คนญี่ปุ่นเป็นคนรักสุขภาพจึงไม่ดื่มชาเขียวที่หวาน เพราะถ้าหวานจะทำให้เราหิวน้ำอีกและดื่มหวานอีกยิ่งทำให้เกิดโทษ ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ นั้นมีประโยชน์เป็นอย่างมาก Maruzen ก่อตั้งเมื่อ 70 กว่าปีที่แล้ว พ่อแม่ผม (พ่อแม่ของคุณ คาสึโทชิ ฟุรุฮาชิ) อาศัยอยู่ที่ Saitama ที่อยู่ติดโตเกียว แล้วต้องการชาเขียวคุณภาพดีเลยต้องย้ายไปที่ Shizuoka เพราะ Shizuoka นั้นเป็นแหล่งผลิตชาเขียวที่ดีที่สุด เลยตั้งโรงงาน Maruzen อยู่ที่นั่น เพราะชาเขียวต้องเริ่มกระบวนการผลิตภายในครึ่งชั่วโมงหลังจากถูกเด็ดยอดมาแล้ว ไม่เช่นนั้นใบชาจะเริ่มหมักตัวเองกลายเป็นสีเหลือง ดังนั้นชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ แล้วนั้นต้องมีสีเขียวชาเขียวญี่ปุ่นแท้-Maruzen

Maruzen & Singha มาร่วมมือกันผลิตชาเขียวได้อย่างไร??
มิสเตอร์ คาสึโทชิ ฟุรุฮาชิ : จากนโยบายของรัฐบาลญี่ปุ่นที่ต้องการส่งเสริมการส่งออกอาหารญี่ปุ่นออกไปทั่วโลก ซึ่งชาเขียวก็เป็น 1 ในอาหารญี่ปุ่นที่ได้รับการสนับสนุนหรือส่งเสริมให้มีการส่งออกให้มากขึ้น แต่เนื่องจากกำลังผลิตภายในประเทศญี่ปุ่นก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการ และภาษีส่งออกนั้นสูงถึง 60% ทำให้ทางบริษัท Maruzen มองหาแหล่งผลิตชาเขียวคุณภาพดี มีกำลังผลิตที่เพียงพอหรือมีศักยภาพสูงเพื่อผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแท้ส่งออกไปทั่วโลก ทาง Maruzen ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญชาเขียวญี่ปุ่นแท้มาสำรวจไร่ชาในประเทศต่าง ๆ ที่มีศักยภาพเพียงพอในการผลิตชาเขียวในภูมิภาคนี้ และได้มาพบกับชาจากไร่บุญรอดซึ่งทดสอบแล้วมีคุณภาพดีและมีศักยภาพที่จะผลิตเป็นชาเขียวญี่ปุ่นแท้
คุณ พงษ์รัตน์ เหลืองธำรงเจริญและ คุณ ราชพฤกษ์ พานิช (เสริม) : จึงเกิดความร่วมมือระหว่าง Singha&Maruzen ก่อตั้งเป็นบริษัท Maruzen Food (Thailand) จำกัด ซึ่งตั้งโรงงานอยู่ในไร่บุญรอดจังหวัดเชียงรายนำเข้าเครื่องจักรจากญี่ปุ่นทั้งหมด มีการส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกชาเป็นคนญี่ปุ่นอายุ 64 ปี ปลูกชามานานกว่า 40 ปีมาควบคุมการปลูกชาให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด มีช่างเทคนิคจากญี่ปุ่นมาควบคุมดูแลการผลิตในโรงงาน และเป็นโรงงานผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ (Green Tea Process) แห่งแรกที่จัดตั้งนอกประเทศญี่ปุ่นชาเขียวญี่ปุ่นแท้

อุปกรณ์ชง-ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

 

ด้วยความใส่ใจในการปลูกชา การเลือกพื้นที่การผลิตที่จังหวัดเชียงรายที่มีความลาดชันเหมาะกับชาซึ่งเป็นพืชที่ไม่ชอบน้ำขังทำให้ชาที่ไร่บุญรอดนั้นเหมาะในการนำมาผลิตเป็นชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ จึงเกิดความร่วมมือระหว่างบริษัท Maruzen&Singha ในการผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแท้คุณภาพดีที่มีการควบคุบการปลูกและการผลิตโดยคนญี่ปุ่นเพื่อส่งขายไปทั่วโลก อีกไม่นานเราคงจะเห็นชาเขียวญี่ปุ่นแท้จากโรงงานของคนไทยขายไปทั่วโลก ว่าแล้วก็อยากดื่มชาเขียวขึ้นมาทันทีเลย ขอตัวไปชงดื่มชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ ก่อนนะครับ

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้แตกต่างจากชาอื่นอย่างไร??

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้แตกต่างจากชาอื่นอย่างไร

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ แตกต่างกับชาอู่หลง (ชาจีน) และชาดำ (ชาฝรั่ง) อย่างไร แต่ก่อนผมเองเคยเข้าใจว่าชาแต่ละแบบแตกต่างกันที่สายพันธุ์ของชา แต่จริง ๆ แล้วไม่ว่าจะชาเขียว ชาอู่หลงหรือชาดำนั้นล้วนก็ปลูกมาจากชาต้นเดียวกัน!!!  ชาแต่ละแบบนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของชาที่นำมาผลิตเลย แต่ขึ้นอยู่กับกระบวนการผลิตให้เป็นชาสำเร็จรูปต่างหาก!! สิ่งที่ทำให้ชาแต่ละชนิดแตกต่างกันเป็นอย่างมากคือ กระบวนการหมักที่ทำให้เกิดปฎิกิริยา Oxidation ของเอนไซม์ที่ชื่อ Polyphenol Oxidase ทำให้เกิดสารประกอบเชิงซ้อนที่ทำให้ชามีสีเหลืองและดำ ซึ่งในกระบวนการผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแท้นั้นจะนำใบชาที่ถูกเด็ดหรือตัดมาสด ๆ จะถูกนำมาผึ่งและเป่าลมให้ใบชาสดใหม่เสมอ และเริ่มกระบวนการผลิตภายในระยะเวลาครึ่งชั่วโมง โดยจะผ่านการ Steaming ด้วยไอน้ำ เพื่อทำลายเอนไซม์ Polyphenol Oxidase และหยุดปฏิกิริยา Oxidation ทำให้ใบชายังคงสีเขียวสดไว้ได้  ต่างจากการผลิตชาอู่หลงหรือชาจีนที่จะต้องผ่านการหมักใบชาเป็นระยะเวลาหนึ่ง (Oxidation Fermented) แล้วค่อยผ่านความร้อน ทำให้ใบชามีสีเหลืองอ่อน ส่วนชาดำจะทำการหมักเพื่อให้เกิดปฏิกิริยา Oxidation อย่างสมบูรณ์ชาดำจึงมีสีน้ำตาลดำ เราสามารถสรุปเป็นกระบวนการผลิตอย่างง่ายได้ตามรูปด้านล่าง

ยอดใบชา-ชาเขียวญี่ปุ่นแท้-ชาดำ-ชาอู่หลง

 

การผลิต-ชาเขียว-ต่างจาก
นอกจากกระบวนการผลิตต่างกันแล้ว มีอะไรที่ต่างกันอีกบ้าง??
เนื่องจากชาเขียวญี่ปุ่นแท้ไม่ผ่านการหมักเลยทำให้ยังคงคุณค่าสารอาหารของใบชาได้เกือบทั้งหมด และยังมีสารสำคัญที่ชื่อ Catechins ซึ่งมีงานวิจัยยืนยันว่า Catechins มีประโยชน์ในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดคอลเรสเตอรอล ช่วยในการเผาผลาญไขมัน ยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็ง ป้องกันโรคสมองเสื่อมและอัลไซเมอร์และยังช่วยในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย Catechins นั้นมีมากบนยอดใบชาสด และคงปริมาณได้มากในชาเขียว ส่วนชาอู่หลงและชาดำนั้นเมื่อผ่านกระบวนการหมักจะทำให้เอนไซม์ Polyphenol Oxidase เร่งปฏิกิริยา Oxidation ของ Catechins กลายเป็นสารในกลุ่ม Theaflavins และ Thearubigins ทำให้ในชาเขียวมี Catechins อยู่มากที่สุด รองลงมาเป็นชาอู่หลง และน้อยที่สุดในชาดำ

 

Singha-Park-ไร่บุญรอด-ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

เก็บยอดใบชา

จะเห็นได้ว่าชาเขียวญี่ปุ่นแท้นั้นมีประโยชน์มากมาย คนญี่ปุ่นจะดื่มชาเขียวกันแทนน้ำเปล่าแถมยังให้เด็กดื่มชาเขียวได้ด้วย แม้ว่าชาเขียวจะมีคาเฟอีนอยู่บ้างก็ตาม แต่ปริมาณคาเฟอีนไม่ได้แตกต่างจากที่มีอยู่ในน้ำอัดลมเลย ล่าสุดทางญี่ปุ่นได้มาเปิดโรงงานผลิตชาเขียวในประเทศไทย เป็นการตั้งโรงงานผลิตชาเขียวนอกประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก จุดประสงค์เพื่อผลิตชาเขียวส่งไปขายทั่วโลก เนื่องจากกำลังการผลิตชาเขียวในประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการ ประจวบเหมาะกับรัฐบาลญี่ปุ่นออกมาตรการส่งเสริมการส่งออก ทำให้เป็นโอกาสที่ดีในการหาแหล่งผลิตชาเขียวนอกประเทศญี่ปุ่น ทางบริษัท Maruzen เป็นบริษัทที่ขายและส่งออกชาเขียวได้ทำการสำรวจชาที่ปลูกในประเทศต่าง ๆ และได้เล็งเห็นว่าชาที่ไร่บุญรอดนั้นเป็นชาที่มีคุณภาพดี อยู่ในภูมิประเทศและอากาศที่เหมาะสม ทำให้เกิดความร่วมมือระหว่าง Singha & Maruzen โดยตั้งโรงงานผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ ที่ Singha Park หรือไร่บุญรอดจังหวัดเชียงราย โดยนำเข้าเครื่องจักรจากญี่ปุ่นทั้งหมด มีการควบคุมการปลูกชาและการผลิตโดยคนญี่ปุ่น ภายในโรงงานใช้ระบบการผลิตแบบอัตโนมัติทำให้ใช้คนงานเพียง 5 คนในการผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ๆ ป้อนสู่ตลาดไทยและตลาดโลก สุดยอดไปเลย ^___^

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

กระบวนการผลิต-ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

สำหรับการผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแท้ขั้นแรกเป็นการผึ่งยอดใบชา และเป่าลมเพื่อให้ใบชาสดใหม่อยู่เสมอ จากนั้นจะทำการชั่งน้ำหนักใบชาและฟีดใบชาผ่านสายพานเพื่อ Steaming ด้วยไอน้ำ หลังจากผ่านไอน้ำเพื่อหยุดปฏิกิริยา Oxidation แล้วจะทำการเป่าด้วยลมร้อนให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นจะทำการนวดใบชาให้สารต่าง ๆ ออกมาเคลือบใบชาทำให้สามารถชงเป็นชาได้ง่าย หลังจากการนวดจะผ่านการรีดให้เป็นเส้นและอบให้มีความชื้นไม่เกิน 6%  และจะนำใบชาที่ได้ไปเก็บที่ห้องเย็นเพื่อรอการแปรรูปหรือบรรจุต่อไป ชาเขียวที่ผ่านกระบวนการผลิตแล้วสามารถนำไปแปรรูปหรือใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตชาเขียวแบบต่าง ๆ ได้ ทั้งแบบที่ใส่ในซองเพื่อชงเป็นแก้ว แบบเป็นใบที่ชงในกา หรือจะผ่านกระบวนการบดเป็นผง Matcha หรือนำเข้าโรงงานเพื่อใช้ผลิตเป็นชาขวด ในบล็อกหน้าเรามาดูกันว่าชาที่แปรรูปเสร็จแล้วแตกต่างกันอย่างไรและมีวิธีชงอย่างไร ^__^

เบียร์สดต่างจากเบียร์ขวด หรือเบียร์กระป๋องยังไง??

เบียร์สดต่างจากเบียร์ขวด หรือเบียร์กระป๋องยังไง??

ใครเล่าจะรู้บ้างว่าเบียร์เป็นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ชนิดแรกของโลก 0_o”กำเนิดขึ้นมานานแล้วมากกว่า 6,000-7,000 ปี หูวววววววว!!!! เกิดขึ้นจากความบังเอิญของโจ๊กชามหนึ่งที่ใกล้จะบูด (เป็นไปได้ไงเนี่ยยยยยย – -“) ในยุโรปชนชาติที่นิยมดื่มเบียร์มากที่สุดก็คือเยอรมัน ประวัติศาสตร์ของเบียร์ยุคเก่านั้นเกิดขึ้นจากชาวบาบิโลน แต่ประวัติศาสตร์ยุคใหม่เกิดขึ้นจากชาวเยอรมันผลิตขึ้นในแคว้นบาวาเรียเกิดจากส่วนผสม 4 อย่างคือ น้ำ ฮ็อพ ยีสต์ และข้าวบาร์เลย์ ชาวเยอรมันนิยมดื่มเบียร์สดกันมาก แทบจะเรียกว่าดื่มแทนน้ำกันเลยทีเดียว แล้วเบียร์สดต่างจากเบียร์ขวดยังไง?? นักดื่มเบียร์ส่วนมากจะชอบดื่มเบียร์สดมากกว่าเบียร์ขวด แต่หลาย ๆ คนก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่าเพราะอะไรเบียร์สดถึงได้มีรสชาติต่างจากเบียร์ขวด มันมีที่มายังไงกันนะ -_-? จริง ๆ แล้วเบียร์สดต่างจากเบียร์ขวดตรงที่กรรมวิธีการผลิตและการเก็บรักษา เบียร์สดเป็นเบียร์ที่ไม่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อหรือที่เรียกกันว่า “พาสเจอร์ไรส์” (พาสเจอร์ไรส์เป็นกระบวนการถนอมอาหารแบบหนึ่งด้วยการผ่านความร้อนที่อุณหภูมิ 50-60 องศา) ทำให้เบียร์สดต้องเก็บในถังที่มีความเย็นสูงแต่ไม่ทำให้เป็นน้ำแข็ง (เย็นมากแต่ไม่แข็ง) ส่วนเบียร์ขวดหรือเบียร์กระป๋องนั้นผ่านกระบวนการพาสเจอร์ไรส์แล้วทำให้เก็บได้นานกว่าและเก็บได้ที่อุณหภูมิสูงกว่าเบียร์สดซะอีก (แต่ก็ยังควรแช่ตู้เย็นไว้นะ) และเพราะการผ่านความร้อนของเบียร์ขวดทำให้เบียร์เสียรสชาติและคุณค่าทางอาหารไปส่วนหนึ่ง เบียร์สดจึงมีรสชาติที่ดีกว่ายังมีความหอมละมุนและคงความอร่อยไว้ได้นั่นเอง แต่เบียร์สดก็มีข้อเสียเหมือนกันนะ คือไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน เพราะจะเสียได้ง่าย แหม่ถึงว่า…….ที่เรียกว่าเบียร์สดเพราะเราต้องดื่มของสดใหม่เสมอสินะ ว่าแล้วขอตัวไปจิบเบียร์ก่อนนะครับ เดี๋ยวมาอ่านกันต่อ ^___^

เบียร์สด-เหยือก

เบียร์สด-การเท

เบียร์สดต่างจากเบียร์ขวด-เบียร์กระป๋องยังไง

แล้วดื่มเบียร์สดยังไง ให้ได้รสชาติดีที่สุด??

การดื่มเบียร์สดให้ได้รสชาติดีที่สุด เบียร์จะต้องถูกแช่เย็นและมีอุณหภูมิที่เหมาะสมคือที่ 4 องศาเซลเซียสโดยประมาณ (แต่ถ้าเป็นเบียร์สดจะถูกเก็บอยู่ในถังที่มีความเย็นอยู่แล้ว) ไม่ควรใส่น้ำแข็งเพิ่มเพราะจะทำให้เบียร์เสียรสชาติ (แต่ประเทศไทยเป็นเมืองร้อนนะ ให้ทำไงล่ะ) ก็รีบดื่มให้หมดแก้วไวไวในขณะที่เบียร์ยังเย็นอยู่น่ะสิ หากดื่มอยู่บ้านอาจจะแช่แก้วไว้หลาย ๆ ใบสำหรับสับเปลี่ยนจะช่วยให้เบียร์คงความเย็นได้อยู่เสมอ (หากร้านที่่บริการดีเป็นเยี่ยมจะคอยเปลี่ยนแก้วเป็นแก้วที่แช่เย็นให้อยู่เสมอ เราก็ไปอุดหนุนร้านนั้นบ่อย ๆ ) การรินเบียร์เทเบียร์ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เวลาเทเบียร์สดควรเอียงแก้ว 45 องศาและให้เบียร์ตกตรงกลางแก้วจะทำให้เบียร์มีฟองอยู่ที่ 1/5 ของแก้วซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วนฟองที่ดีที่สุด ไม่ควรเทเบียร์จนไม่มีฟองเลย เพราะฟองเบียร์จะช่วยเก็บรสชาติของเบียร์ในแก้ว และวิธีการดื่มเบียร์นั้นควรดื่มที่ตัวเบียร์จะทำให้ฟองเบียร์ยังอยู่ และฟองเบียร์จะติดที่ริมฝีปากของผู้ดื่มเหมือนในโฆษณาเบียร์ต่าง ๆ (ท่าจะดูดีไม่หยอก) การดื่มเบียร์สดให้ได้รสชาติดีที่สุดควรทำเป็นสเต็ป มี 4 ขั้นตอนจำง่าย ๆ คือ
-ดูด้วยตา สังเกตุสีของเบียร์ ตะกอนของเบียร์ ฟองเบียร์ ฟองอากาศที่ผุดขึ้นมากจากก้นแก้ว
-พาหมุนวน หมุนแก้วเบียร์เล็กน้อย และสังเกตุเบียร์กันต่อ
-สูดดมกลิ่น ยกแก้วเบียร์ขึ้นก่อนจะถึงปากให้สูดดมกลิ่นของเบียร์ จะพบความหอมละมุนซับซ้อนอยู่ภายใน
-จิบลิ้มชิมรส ดื่มเข้าปาก อย่าลืมให้ดื่มที่ตัวเบียร์ให้มีฟองติดที่ริมฝีปาก รับความหอมละมุน รสชาติหวานปนขมของฮ็อพแล้วค่อย ๆ ปล่อยไหลลงลำคอ รับความสดชื่นไปแบบเต็ม ๆ
จะให้ได้รสชาติดีที่สุดอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือ เพื่อนที่รู้ใจ จะเป็นเพื่อนเก่าก่อนช้านาน หรือเพื่อนใหม่เพิ่งทำความรู้จักก็ได้ แต่ถ้าจะให้ดีก่อนจะจิบลิ้มชิมรสเบียร์ก็อย่าลืมชนแก้วกัน ว่าแล้วก็เอ้า ชนนนนน!!!

ลานเบียร์

ทาวเวอร์